วันอาทิตย์, 3 มีนาคม 2567

“ชูวิทย์” มอง 13 ก.ค. โหวตนายกฯ ได้เห็นเกมพิฆาต “มีก้าวไกล ไม่มี ส.ว.”

“ชูวิทย์” ชี้ ผลล็อกไว้แล้ว มองโหวตนายกฯ 13 ก.ค. จะได้เห็นเกมพิฆาตจาก ส.ว. ย้อนศร “มีลุงไม่มีเรา” เหน็บ ผลผลิตจากรัฐธรรมนูญฉบับสืบทอดอำนาจ พร้อมถาม เลือกตั้งไปทำไม ทั้งที่ผลล็อกไว้แล้วภายหลังเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร และรองประธานสภาฯ ทั้ง 2 คน เสร็จสิ้นไปแล้วเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2566 ที่ผ่านมา ซึ่งอยู่ระหว่างการทูลเกล้าฯ รายชื่อทั้ง 3 คน และหลังการโปรดเกล้าฯ จะเข้าสู่การโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีในที่ประชุมร่วมรัฐสภา คือ มีทั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) และสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) โดยมีการกำหนดแล้วว่าจะโหวตในวันที่ 13 กรกฎาคม 2566วันนี้ (5 กรกฎาคม 2566) นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ โพสต์แสดงความคิดเห็นในมุมมองของตัวเองผ่านเฟซบุ๊ก ว่า กลยุทธ์ของก้าวไกลทำให้เพื่อไทยจากแลนด์สไลด์ เป็นแลนด์ไถล หล่นจาก 310 เสียง เหลือต่ำกว่าครึ่ง ได้ 141 เสียง และเพื่อไทยได้ตระหนักว่า แท้จริงก้าวไกลคือคู่แข่ง ไม่ใช่คู่รัก ด้วยจุดยืนเพื่อไทยที่ไม่ชัดเจน ทำให้คะแนนไหลไปที่ก้าวไกลด้วยคำว่า “มีลุง ไม่มีเรา” เพื่อไทยยังทำตัวไม่ถูก อยู่ไม่เป็น เย็นไม่พอ ลุกลี้ลุกลนจนใครๆ ก็จับอาการได้เรื่องตำแหน่งประธานสภาฯ พยายามแก้สถานการณ์แต่อาการกลับแย่ลง ต้องยอมถอยให้ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ เป็นประธานสภาฯ แทนในวันสุดท้าย นายชูวิทย์ วิเคราะห์ต่อไปว่า “13 ก.ค. โหวตนายกฯ จะเห็นเกมพิฆาตจาก ส.ว. ชัดเจนว่า มีก้าวไกล ไม่มี ส.ว. ย้อนศร มีลุง ไม่มีเรา หากมีก้าวไกลในสมการจัดตั้งรัฐบาล ส.ว. จะไม่โหวตให้ ไม่ว่าแคนดิเดตนายกฯ จะมาจากพรรคไหน คะแนนเสียงของประชาชนหมดความหมาย เมื่อเจอ ส.ว. ผลผลิตมรดกจากรัฐธรรมนูญฉบับสืบทอดอำนาจ ก้าวไกลต้องเป็นฝ่ายค้านเท่านั้น ประชาชนเลือกตั้งจบมานาน รอนายกฯ จัดตั้งรัฐบาล แต่กลายเป็น ส.ว. 250 คน เป็นคนตัดสินใจแทนคะแนนเสียงประชาชน 40 ล้านคน” ก่อนจะทิ้งท้ายว่า “ไม่รู้จะเลือกตั้งไปทำไม เสียเวลา เสียค่ารถ เสียความรู้สึก ผลล็อกไว้แล้ว”