วันอาทิตย์, 3 มีนาคม 2567

“กิตติศักดิ์” ท้า ก้าวไกลไปเอาเสียงพรรคอื่น แทนพึ่งมือ ส.ว. บอกยากถ้าไม่ลดแก้ ม.112

“ส.ว.กิตติศักดิ์” ย้ำชัดหากเพดานแก้ม.112 ก้าวไกล ไม่ลด เป็นอุปสรรคใหญ่ต่อเก้าอี้นายกรัฐมนตรีของ “พิธา” ท้าเก่ง ให้ไปเอาเสียงพรรคอื่นมาอย่ามาพึ่งมือของ ส.ว. เชื่อทุกคนมีธงในใจไม่จำเป็นต้องออกมาพูดเยอะ เตรียมนัด 10-11 ก.ค.หารือแลกเปลี่ยนความเห็นกันก่อนวันโหวต วันที่ 6 กรกฎาคม 2566 นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ให้ความเห็น กรณีที่นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาฯ คนที่สองที่ออกมาให้ความเห็นเปิดไทม์ไลน์การโหวตนายกรัฐมนตรีในวันที่ 13 กรกฎาคม หากนายพิธาโหวตไม่ผ่านครั้งแรกจะเสนอให้อาจเสนอให้โหวตเลือกนายกฯ อีกครั้ง ว่า ตนเองไม่ขอออกความคิดเห็นเพราะ เป็นอำนาจของประธานสภาฯ ใครจะไปก้าวก่ายไม่ได้ เรื่องนี้นายวันนอร์ ก็เคยให้สัมภาษณ์ย้ำไปแล้วว่าหากโหวตนายพิธารอบแรกไม่ได้ก็ต้องไปปรึกษาพรรคร่วมรัฐบาลจะดำเนินการอย่างไรต่อไปในขณะ ส.ว. ทำได้แค่นั่งหายใจดูเขาเพราะเป็นเรื่องของ ส.ส. ดำเนินการอย่างไร หากประธานสภาเสนอชื่อมา ส.ว. ก็จะใช้มาตรา 272 ซึ่งเป็นอำนาจและหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ เพราะหน้าที่ ส.ว. คือตรวจสอบผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งไม่ว่าจะเป็นองค์กรอิสระหรือนายกรัฐมนตรี  ส่วนนายพิธาจะผ่านด่าน สว.หรือไม่ นายกิตติศักดิ์ บอกว่า ทำไมไม่ไปชวนพรรคอื่นมายกมือโหวตให้ จะได้ไม่ต้องมายุ่งเกี่ยวกับส.ว. พรรคภูมิใจไทยก็ตั้ง 70 เสียงทำไมไม่ไปเอามา ย้ำว่า ตราบใดที่เพดานแก้ 112 ของ พรรคก้าวไกลไม่ลดก็คงยาก เพราะตัวเองทำตัวเอง ส.ว.ก็ตรวจสอบทุกพรรคการเมือง พรรคไหนที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศชาติโดยเฉพาะสถาบันต่างๆ ไม่เฉพาะสถาน เบื้องสูง และมีนโยบายอีกหลายอย่างที่กระทบกับองค์กรและสถาบัน นายพิธาและผู้อยู่เบื้องหลังก็ใช้หาเสียงจนชนะเลือกตั้งมาแล้วหากจะกลับคำไม่แก้ไม่แตะ ม.112 จะกลายเป็น “ไม่แก้ ไม่มีกู” อีก และตนเองก็ไม่เชื่อว่า นายพิธาและพรรคก้าวไกลจะลดเพดานเรื่องนี้ลงได้ เพราะเห็นพฤติกรรมตลอดหลายปีของนายพิธาได้แสดงออกให้เห็นชัดเจนแต่จะมาพูดวันเดียวว่าไม่เอาไม่แก้จึงเป็นไปไม่ได้ ไม่เชื่อเด็ดขาดเมื่อถามว่าได้หารือในกลุ่มส.ว.ถึงแนวทางที่จะโหวตในวันที่ 13 กรกฎาคมนี้อย่างไร นาย กิตติศักดิ์ กล่าวว่า แน่นอนส.ว.ได้คุยและหารือกันตลอดแต่ไม่มีธงว่าจะออกมติอย่างไร ทุกคนมีความรู้สึกใกล้เคียงกันว่า พรรคก้าวไกล นายพิธาและผู้อยู่เบื้องหลังไม่สมควรเป็นรัฐบาล โดยเฉพาะนโยบายซ่อนรูปในการนิรโทษกรรม ในขณะที่พรรคเพื่อไทยก็อ้อมแอ้มไม่ชัดเจนว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย นี่คือสิ่งที่ตนเองไม่ไว้ใจนายพิธาและผู้อยู่เบื้องหลังพรรคก้าวไกล และเชื่อว่า ส.ว.ทุกคนมีวัยวุฒิและคุณวุฒิมีความรู้ความสามารถ แต่อาจจะยกเว้นตนเองคนอื่นอาจจะมองออกว่าควรจะสนับสนุนนายพิธาหรือไม่ส่วนแนวโน้มในการโหวตวันที่ 13 ส.ว.ส่วนใหญ่จะงดออกเสียงมากกว่า และคงมีบ้างบางคนที่จะสนับสนุนนายพิธาแต่หลังจากที่ รัฐพิธีเปิดสภา จะเห็นปรากฏการณ์คิดว่า ส.ว. เป็นต้นคิดที่จะร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีกันสดๆ จึงเห็นว่า ส.ว. ทุกคนร้องเพลงนี้กันอย่างพร้อมเพรียง จึงคิดว่าวันนั้นเป็นจุดที่จะชี้ว่า ส.ว. คนไหนที่จะยกมือสนับสนุนนายพิธาที่ต้องการแตะต้องสถาบันตลอดได้ถอย  นายกิตติศักดิ์ยังกล่าวอีกว่า ส.ว.จะมีนัดพบปะพูดคุยกัน อย่างไม่เป็นทางการเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ในวันที่ 10-11 กรกฎาคม นี้ ก่อนที่จะถึงวันลงมติโหวตนายกรัฐมนตรีในวันที่ 13 กรกฎาคมนี้