วันอาทิตย์, 3 มีนาคม 2567

“ทนายอานนท์” ส่งสัญญาณเตือนก้าวไกล ห้ามถอยแก้ ม.112 วันโหวตนายกฯ มีม็อบ

“ทนายอานนท์” แกนนำม็อบราษฎร ส่งสัญญาณเตือนแรง ห้ามก้าวไกลถอยเรื่องแก้ ม.112 ปฏิรูปกองทัพ และนิรโทษกรรม ดักคอ ถ้าสังฆกรรมกับพรรคร่วมรัฐบาลเดิม มวลชนพร้อมโบกมือลา ยืนยันวันโหวตเลือกนายกฯ มีม็อบออร์แกนิกวันที่ 7 กรกฎาคม 2566 นายอานนท์ นำภา ทนายความศูนย์ทนายเพื่อสิทธิมนุษยชน และแกนนำม็อบราษฎร ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการเจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand กรณีโพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กส่วนตัวเนื้อหาเกี่ยวกับพรรคก้าวไกล เพื่อต้องการจะบอกพรรคก้าวไกล พรรคเพื่อไทย และพรรคการเมืองที่จะจัดตั้งรัฐบาลทั้งหมด ว่า แม้เวทีการเมืองเต็มไปด้วยการต่อรอง แต่ควรมีวาระประชาชนด้วย การต่อสู้ของคนรุ่นใหม่ช่วง 3-4 ปีนี้ กำลังเดินเข้าสู่ความเป็นจริงโดยผ่านขั้นตอนของทางรัฐสภาแทนการต่อสู้บนถนน เราฝากความฝันไว้อย่างชัดเจนในผลการเลือกตั้ง เหมือนให้คุณไปซื้อมะนาวจะไปซื้อมะพร้าวกลับมาไม่ได้ นายอานนท์ ระบุต่อไปว่า ถ้าพรรคก้าวไกลถอยแล้วเดินไปข้างหน้าตนไม่มีปัญหา แต่ถ้าถอยหลังอย่างเดียวแบบให้ไปซื้อมะพร้าวแต่ได้มะนาวกลับมา คนข้างนอกก็พร้อมโบกมือลา นี่ไม่ใช่คำขู่ แต่เป็นการเตือนกันฉันมิตร ถอยเพื่อแค่ได้ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แล้วไปแก้ปัญหาที่ไม่ใช่เป็นเรื่องโครงสร้างหลักๆ ได้ 14 ล้านเสียงให้ไป จะถือเป็นการเลือกนายกรัฐมนตรีที่ไม่ได้มีคุณค่ากับฝ่ายประชาธิปไตย รวมถึงพรรคเพื่อไทยที่เคยได้ร่วมต่อสู้กันมานับสิบปีด้วย ส่วนเรื่องการแก้ไขมาตรา 112 นายอานนท์ เผยว่า ขั้นต่ำสุดคือการได้เข้าไปคุยกันในสภาผู้แทนราษฎร การจะโหวตผ่านหรือไม่ถือเป็นอำนาจของรัฐสภา เพราะกว่าจะผ่านไปถึงขั้นแก้กฎหมายยังมีอีกหลายขั้นตอน กระบวนการในการแก้ปัญหาแบบละมุนละม่อมที่สุดตอนนี้ คือต้องไม่ต้องให้ประชาชนไปสุ่มเสี่ยงกับการเสียเลือดเนื้อหรือการถูกดำเนินคดีมาตรา 112 เพิ่มอีก เราลงคะแนนเสียงให้พรรคก้าวไกลและพรรคเพื่อไทย รวมทั้งส่งเพื่อนเราหลายคนที่เคยเป็นฝ่ายราษฎรเดิมเข้าไปในสภาฯ เพื่อพูดเรื่องนี้ ดังนั้น เรื่องที่ไม่ควรถอยเพื่อแลกกับการเข้าสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี คือการรักษาขบวนของฝ่ายประชาธิปไตย ทั้งพรรคก้าวไกลและพรรคเพื่อไทย จะไปจับมือกับฝ่ายที่สืบทอดอำนาจเดิมไม่ได้เลย รวมถึงพรรคภูมิใจไทยและพรรคประชาธิปัตย์ เพราะนั่นคือการล่มสลายของฝ่ายประชาธิปไตย กับเรื่องการแก้ไขกฎหมายกลาโหม มาตรา 112 การนิรโทษกรรม ทั้ง 8 พรรคต้องร่วมกัน จะประสบความสำเร็จหรือไม่ต้องไปเป็นการต่อสู้ในสภาฯ คนนอกสภาฯ พร้อมหนุนเสริมทั้งการชุมนุมการแสดงออกต่างๆ อย่างไรก็ตาม ในวันที่จะมีการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี 13 กรกฎาคม 2566 นายอานนท์ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีการคุยกันเรื่องสถานที่ที่มวลชนจะไปรวมตัวกันอย่างชัดเจน แต่เริ่มมีการนัดกันทางโซเชียลมีเดียบ้างแล้ว ครั้งนี้จะเป็นการชุมนุมแบบออร์แกนิก ไม่มีแกนนำเหมือนที่เคยเห็นแน่นอน.