วันอาทิตย์, 3 มีนาคม 2567

วันคนพิการสากล ๒๕๖๖ นายกฯ ย้ำรัฐบาลให้ความสำคัญทุกกลุ่ม เปลี่ยนประเทศให้ดีขึ้น

นายกฯ กล่าวคำปราศรัย วันคนพิการสากล ๒๕๖๖ ยืนยัน รัฐบาลให้ความสำคัญกับความเท่าเทียมของคนทุกกลุ่ม มุ่งเปลี่ยนแปลงประเทศให้ดีขึ้น โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง วันที่ ๓ ธันวาคม ๒๕๖๖ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวคำปราศรัยเนื่องในวันคนพิการสากล ประจำปี ๒๕๖๖ โดย นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สรุปสาระสำคัญ ว่า วันที่ ๓ ธันวาคมของทุกปี องค์การสหประชาชาติได้กำหนดให้เป็น “วันคนพิการสากล” (International day of persons with disability) เพื่อส่งเสริมความเข้าใจในปัญหาความทุพพลภาพ และระดมการสนับสนุน เพื่อศักดิ์ศรี สิทธิ และสวัสดิภาพของคนพิการ โดยในปี ๒๕๖๖ องค์การสหประชาชาติกำหนดประเด็นหลัก คือ รวมพลังเป็นหนึ่งเดียวเพื่อพลิกฟื้นและบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ร่วมกับคนพิการ เพื่อคนพิการ โดยคนพิการ (United in action to rescue and achieve the SDGs for, with and by persons with disabilities) นายเศรษฐา ระบุต่อไปว่า ตัวเลขจากรายงานสถานการณ์คนพิการในประเทศไทย โดยกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ตอกย้ำความเปราะบางสถานการณ์คนพิการของไทย ที่มีอุปสรรคนอกเหนือความสามารถในการใช้ชีวิตอิสระแล้ว ยังถูกซ้อนทับด้วยความสามารถในการเข้าถึงการศึกษา และมีความเป็นอยู่ยากลำบากขึ้นในสภาวะความสูงอายุ สำหรับปัจจัยหลักมาจากปัญหาความยากจน คนพิการในประเทศไทยจำนวน ๒.๒ ล้านคน เป็นผู้พิการในกลุ่มอายุมากกว่า ๖๐ ปี ๑.๒๙ ล้านคน หรือเกินครึ่ง และมีคนพิการที่จบการศึกษาระดับชั้นประถมศึกษาจำนวน ๑.๔ ล้านคน ซึ่งเกินครึ่งอีกเช่นกัน ส่วนคนพิการในวัยแรงงาน ๘๖๐,๐๐๐ คน ได้รับการจ้างงานที่ ๕๔,๐๐๐ คน จากสถานประกอบการ ๒๐,๐๐๐ แห่งขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรียังได้ขอบคุณประชาชน สถานประกอบการ รวมทั้งหน่วยงานของรัฐ ที่ให้โอกาสคนพิการ ได้แสดงศักยภาพเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต ให้เขาเหล่านั้นได้ร่วมเป็นพลังสร้างเศรษฐกิจ ผลักดันประเทศไทยไปข้างหน้าไม่ต่างจากเรา ยืนยันว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับความเท่าเทียมของคนทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเปราะบาง คนพิการ ผู้สูงอายุ และกลุ่มชาติพันธุ์ โดยจะดูแลให้มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี มีงาน มีรายได้ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าเดิมด้วยสวัสดิการโดยรัฐ ทั้งนี้ สวัสดิการโดยรัฐที่เราพยายามทำอย่างยิ่งคือการจัดสวัสดิการตั้งแต่ต้นตอ คือการสร้างรายได้ให้คนไทยทุกคน ลดรายจ่ายภาครัฐ ใช้ทรัพยากรที่จำกัดยิงศรให้ตรงเป้า ให้ได้ผลเท่าทวีคูณ ซึ่งหวังผลสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของคนไทยทุกคน ขจัดความเหลื่อมล้ำที่มีอยู่มากลง สร้างสังคมที่หยิบยื่นโอกาสอย่างเท่าเทียม โดยนายกรัฐมนตรีย้ำในช่วงท้ายว่า “เราจะเปลี่ยนแปลงประเทศนี้ให้ดีขึ้น โดยมีเป้าหมายที่สำคัญที่สุดคือไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง (Leave no one behind)”