วันพฤหัสบดี, 22 กุมภาพันธ์ 2567

เผยฝุ่น PM ๒.๕ มหันตภัยเงียบ คร่าชีวิตคนทั่วโลกกว่า ๔ ล้าน ในปี ๒๕๖๒

การเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งปอดของ “หมอกฤตไท” หรือ นพ.กฤตไท ธนสมบัติ เจ้าของเพจ “สู้ดิวะ” เมื่อเช้าวันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๖๖ สร้างความโศกเศร้าอาลัย เพราะได้ตอกย้ำให้เห็นถึงอันตรายจากฝุ่น PM ๒.๕ ที่กำลังเป็นมหันตภัยเงียบ เพราะเป็นปัจจัยเสี่ยงสูงที่ทำให้เกิดโรคเรื้อรังอันตราย และคร่าชีวิตผู้คนในหลายประเทศเพิ่มขึ้นอย่างน่าวิตกตามรายงานของเว็บไซต์ State of Global Air ระบุว่า การสัมผัสฝุ่น PM ๒.๕ ในระยะยาว ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ก่อให้เกิดโรคเรื้อรังอันตรายหลายโรค รวมทั้งโรคหัวใจ และมะเร็งปอด เป็นสาเหตุให้มีผู้เสียชีวิตทั่วโลกในปี ๒๕๖๒ มากกว่า ๔ ล้านราย เพิ่มขึ้นมากกว่าสิบปีที่แล้วถึงประมาณ ๒๓%นอกจากนั้น ท่ามกลางปัจจัยเสี่ยง ๖๙ อย่าง ที่ถูกพิจารณาว่ามีศักยภาพทำให้เกิดโรคเรื้อรังอันตรายของชาวโลกนั้น ฝุ่น PM ๒.๕ นับเป็นปัจจัยเสี่ยงสูงลำดับที่ ๖ ตามหลัง ความดันเลือดสูง การสูบบุหรี่ ภาวะน้ำตาลในเลือดสูง และปัจจัยอื่นๆ แต่เมื่อเทียบกับปัจจัยเสี่ยงจากสภาพสิ่งแวดล้อมต่างๆ ฝุ่น PM ๒.๕ ถือเป็นปัจจัยเสี่ยงสูงสุดที่ส่งผลอันตรายต่อสุขภาพtt ttขณะนี้ ทวีปเอเชีย และแอฟริกา กลายเป็นภูมิภาคที่มีอัตราการเสียชีวิตจากปัจจัยเสี่ยง สัมผัสฝุ่น PM ๒.๕ สูงสุดในโลก โดยจีน และอินเดีย เป็นสองประเทศที่มีผู้เสียชีวิตจากการสูดดมฝุ่น PM ๒.๕ มาระยะยาว มากที่สุดในปี ๒๕๖๒ โดยที่จีนมีผู้เสียชีวิตจำนวน ๑.๔๒ ล้านราย และอินเดีย ๙๘๐,๐๐๐ รายปัจจัยเสี่ยงจากการอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยฝุ่น PM ๒.๕ เป็นระยะเวลานาน ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตด้วยโรคเรื้อรังอันตรายกำลังสูงขึ้นอย่างรวดเร็วที่สุดในเอเชีย หลังจากช่วงกว่าสิบปีที่ผ่านมา ภูมิภาคเอเชียใต้ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เอเชียตะวันออก และภูมิภาคโอเชียเนีย (กลุ่มประเทศ และหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก) มีจำนวนผู้เสียชีวิตจากปัจจัยเสี่ยงสูดดมฝุ่น PM ๒.๕ ได้สูงชันขึ้นส่วนภูมิภาคทะเลทรายซาฮาราในแอฟริกา แอฟริกาเหนือ และตะวันออกกลาง มีผู้เสียชีวิตจากการปัจจัยเสี่ยงฝุ่น PM ๒.๕ สูงขึ้นระดับปานกลาง สวนทางกับประเทศร่ำรวย มีรายได้สูง รวมทั้งยุโรปตอนกลาง ยุโรปตะวันออก และเอเชียกลาง มีอัตราเสียชีวิตจากปัจจัยฝุ่น PM ๒.๕ ลดลงระดับปานกลางทั้งนี้ ฝุ่น PM ๒.๕ คือ ฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน ๒.๕ ไมครอน ซึ่งเกิดจากการเผาในที่โล่งในพื้นที่เกษตร การเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิล โรงงานอุตสาหกรรม ไอเสียจากรถยนต์ การผลิตไฟฟ้าจากถ่านหิน และน้ำมัน โดยฝุ่น PM ๒.๕ ถือเป็นฝุ่นที่อันตรายต่อสุขภาพ เนื่องจากสามารถผ่านทางเดินหายใจสู่ปอด และกระแสเลือดได้ง่าย ทำให้มีโอกาสป่วยด้วยโรคเรื้อรัง รวมทั้งโรคหัวใจ โรคปอด และโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจเพิ่มขึ้น. ที่มา : stateofglobalair.org