วันอาทิตย์, 3 มีนาคม 2567

แจ้งผิด ๒ ข้อหา! คลินิกพิเรนทร์ เผายาหน้าท้อง เน็ตไอคอลดัง

06 ธ.ค. 2023
49

อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) สั่งกองกฎหมาย แจ้งดำเนินคดี ๒ ข้อหากับคลินิก ที่ให้การรักษาเน็ตไอดอลสาวด้วยวิธี “เผายาหน้าท้อง” หลังแพทย์หญิงใช้วิธีพิเรนทร์ เทแอลกอฮอล์ ๙๕% ราดใส่ร่าง แล้วจุดไฟ จนลุกลามไหม้ท้องและแผ่นหลังเสียโฉม พร้อมให้ปรับปรุงมาตรฐานสถานพยาบาลภายใน ๑๕ วัน หากฝ่าฝืนสั่งปิดทันทีเป็นอุทาหรณ์ให้สาวอยากสวยต้องระวัง กรณี นายชาตรี พินใย ผู้อำนวยการกองกฎหมาย กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) พร้อมนายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือกัน จอมพลัง และตำรวจ สถานีตำรวจนครบาลบางเขน เข้าตรวจ “ไทม์ เวลล์เนส คลินิก” ชั้น ๓ ศูนย์การค้าอีส-พาร์ค ปากซอยรามอินทรา ๑๒ เขตบางเขน กรุงเทพฯ ภายหลัง น.ส.ทราย (นามสมมติ) เน็ตไอดอล แฟนสาวของนักแสดงช่องดังเข้าใช้บริการ มีแพทย์หญิงใช้วิธีเผายาสมุนไพรบนหน้าท้องรักษาระบบไหลเวียนเลือด นำแอลกอฮอล์ ๙๕% เทราดร่างแล้วจุดไฟจนลุกลามทั่วตัว แพทย์ผู้รักษากลับวิ่งหนีไม่ช่วยเหลือ ผู้เสียหายบาดเจ็บสาหัส หลังเกิดเหตุผ่านมาร่วม ๑ ปี ผู้เกี่ยวข้องต่างบ่ายเบี่ยงไม่เยียวยาคู่กรณีความคืบหน้าเรื่องนี้ เมื่อวันที่ ๕ ธ.ค. นพ.สุระ วิเศษศักดิ์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) เปิดเผยว่า หลังได้รับเรื่องร้องเรียน ได้ให้เจ้าหน้าที่กองกฎหมาย และกองสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ ร่วมกับตำรวจ สถานีตำรวจนครบาลบางเขน และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ตรวจสอบข้อเท็จจริงที่คลินิกเกิดเหตุ ตั้งอยู่ในศูนย์การค้าย่านบางเขน ตรวจสอบข้อมูลพบว่าคลินิกดังกล่าวขออนุญาตประกอบ กิจการในลักษณะสหคลินิกถูกต้องตามกฎหมาย ให้บริการแพทย์แผนไทยและแพทย์แผนจีน อาทิ นวดประคบสมุนไพร ฝังเข็ม ครอบแก้ว กัวซา การลงพื้นที่เมื่อวันที่ ๔ ธ.ค. เจ้าหน้าที่ไม่พบแพทย์ผู้ดำเนินการสถานพยาบาล แต่พบแพทย์ผู้ให้บริการ และเจ้าหน้าที่ประจำคลินิก สอบถ้อยคำในเบื้องต้น พร้อมตรวจสอบเวชระเบียน เอกสารประวัติการรักษา และการโฆษณาของคลินิกในสื่อโซเชียล พร้อมให้แพทย์ผู้ให้บริการสาธิตกระบวนการ “เผายาหน้าท้อง” ให้เจ้าหน้าที่ดูนพ.สุระกล่าวต่อว่า ภายหลังเจ้าหน้าที่จัดเก็บข้อมูลเสร็จสิ้นแล้ว ได้แจ้งข้อหาการกระทำความผิดในเบื้องต้นตาม พระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ.๒๕๔๑ ต่อคลินิกแห่งนี้ ๑.ประกอบกิจการสถานพยาบาลโดยมิได้จัดให้มีผู้ดำเนินการสถานพยาบาล ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน ๒ ปี หรือปรับไม่เกิน ๔๐,๐๐๐ บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ๒.โฆษณาโดยมิได้ขออนุมัติ ข้อความ เสียง หรือภาพที่ใช้ในการโฆษณา หรือประกาศจากผู้อนุญาต ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน ๒๐,๐๐๐ บาท และให้ปรับอีกวันละไม่เกิน ๑๐,๐๐๐ บาท นับแต่วันที่ฝ่าฝืนคำสั่งที่ให้ระงับการโฆษณาหรือประกาศ“นอกจากนี้ ยังมีคำสั่งทางปกครองให้ผู้ประกอบกิจการ และผู้ดำเนินการสถานพยาบาล ปรับปรุงมาตรฐานสถานพยาบาลให้ถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด ภายในระยะเวลา ๑๕ วัน มิฉะนั้น จะมีคำสั่งให้ปิดสถานพยาบาลเป็นการชั่วคราว ส่วนมาตรฐานการให้บริการของแพทย์ สบส.จะส่งเรื่องให้สภาวิชาชีพตรวจสอบความถูกต้อง และจะเรียกตัวผู้ประกอบกิจการ และผู้ดำเนินการสถานพยาบาล มาให้ถ้อยคำเพิ่มเติมกับ สบส.ต่อไป” นพ.สุระกล่าวอ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” ทั้งหมดที่นี่