วันศุกร์, 23 กุมภาพันธ์ 2567

วัดแจงยิบ สองสาวเบี้ยวกฐิน ๑ ล้าน ยังไปแจ้งความปฏิเสธอมเงินทำบุญ

09 ธ.ค. 2023
60

สองสาว กลายเป็นคู่กรณีกับวัด หลังขอเป็นเจ้าภาพกฐิน จะมอบให้ ๑ ล้านบาท พอถึงวันกลับไม่มีเงินมา และผลัดขอแบ่งจ่าย ๓ แสน ก่อนจะไปแจ้งความว่าทางวัดใส่ร้าย หาว่าเปิดเพจรับบริจาคแล้วอมเงิน วัดเลยต้องไปแจ้งความกลับ ระบุ อ้างธุรกิจขาดทุน แต่ออกรถใหม่ป้ายแดง มีการโพสต์เฟซบุ๊กเป็นสาธารณะ ให้คนร่วมทำบุญ โอนเงินเข้าบัญชีตัวเองวันที่ ๙ ธันวาคม ๒๕๖๖ ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากกรรมการวัดเกตุประภา ม.๙ ต.บึงคำพร้อย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ว่ามีประชาชนมาขอเป็นประธานถวายกฐินโดยบอกจะนำเงินมาถวายให้จำนวน ๑ ล้านบาท เมื่อถึงวันงาน กลับไม่มีเงินมาถวายจนเป็นเรื่องเป็นราวถึงขั้นแจ้งความกันหาว่าทางวัดใส่ร้าย หลังทราบเรื่องจึงเดินทางไปที่วัดเพื่อสอบถามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น tt ttพระครูโสภณ ธรรมมงคล เจ้าอาวาสวัดเกตุประภา เปิดเผยว่า วันเข้าพรรษาที่ผ่านมา ผู้หญิงที่เคยมาร่วมทอดกฐินที่วัดเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๖๔ จนวันเข้าพรรษาปีนี้ หญิงคนดังกล่าวก็มาติดต่อขอเป็นเจ้าภาพงานทอดกฐินโดยบอกว่าจะมอบเงินให้ ๑ ล้านบาท ต่อมาวันที่ ๒๕ พ.ย. ๒๕๖๖ หญิงดังกล่าวได้เข้ามาที่วัดอีกครั้งบอกว่าเงินยังไม่มีเลย จึงมีการคุยกันโดยมีการเรียกพระและกรรมการมาพูดคุยกันว่ามีมั้ยหากไม่มีต้องหามาให้ได้ เพราะวันที่ ๒๖ พ.ย. เป็นวันงานกฐินแล้ว ผู้หญิงคนนี้บอกจะหามาให้ได้ กระทั่งวันงานกฐินหญิงคนนี้ได้เดินทางมาร่วมงานกับทางวัดและบอกว่ายังไม่มีเงิน ตนจึงบอกว่าให้คุยกับพระและกรรมการก่อน จนถึงเวลาทอดกฐินก็ไม่มีเงินมาเลย โดยมากัน ๓ คน พระจึงบอกว่าอย่างนั้น ให้เป็นกฐินสามัคคีไป “พอถึงเวลาทอดกฐินอาตมาก็ไม่ได้อุปโลกน์ว่าใครเป็นเจ้าภาพ อุปโลกน์ว่าผู้มีจิตศรัทธาร่วมกันทอดกฐินสามัคคีในครั้งนี้ เพราะเจ้าตัวไม่มีเงินมา จะให้กล่าวได้อย่างไร ซึ่งจนถึงขณะนี้ มีการโทรศัพท์ไปหาก็ไม่รับสายเลย แต่ช่วงเย็นวันทอดกฐินยังรับสายอยู่ โดยกรรมการได้โทรไปหาเพื่อให้มาตกลงกัน เจ้าตัวบอกว่าวันที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๖๖ จะนำเงินมาให้แต่ก็ไม่มา ส่วนในวันงานกฐิน เครื่องกฐิน และค่าอาหารหญิงคนนี้ได้จัดหามาก่อนแล้ว” ด้านนายวิรัช ชื่นจรูญ กรรมการวัดเปิดเผยว่า ตนมาทราบเรื่องในวันทอดผ้าพระกฐิน เวลา ๑๐.๐๐ น. วันที่ ๒๖ พ.ย. ๒๕๖๖ โดยหญิงนี้ บอกว่าไม่มีเงินมา ตนยังบอกอ้าวแล้วมาคุยกับเจ้าอาวาสได้อย่างไร และยังพูดสอบถามว่าพร้อมจะถวายเท่าไร เจ้าตัวบอกว่าสามแสนบาทโดยจะมาให้ก่อนวันที่ ๑ ธ.ค. ๒๕๖๖ จำนวน ๓ แสนบาทและอีก ๗ แสนจะมาให้เดือนกุมภาพันธ์ ตนบอกไปว่าทางวัดไม่เอา เอาแค่ ๓ แสนพอ และบอกไปว่าถ้าไม่มามันจะเป็นเรื่องราวนะ จะต้องแจ้งนักข่าวมา หญิงดังกล่าวบอกว่ามาแน่ กระทั่งบ่ายวันที่ ๑ ธ.ค. ทราบว่าหญิงคนนี้ไปแจ้งความหาว่าทางวัดใส่ร้ายว่าเขาอมเงินกฐิน ประกอบกับลูกศิษย์วัดเปิดเจอในเฟซบุ๊กว่า ผู้หญิงคนนี้ มีการเปิดเฟซบุ๊กชักชวนผู้มีจิตศรัทธาร่วมทำบุญโดยมีคนโอนเงินจำนวนมาก ก่อนที่เฟซบุ๊กนั้นจะปิดไป หลังจากนั้นเจ้าอาวาส และกรรมการ จึงได้เดินทางไปแจ้งความตำรวจ สภ.ลำลูกกา เมื่อวันที่ ๖ ธันวาคม ๒๕๖๖ ว่าทางวัดได้มีการจัดเตรียมงานและลงทุนไปหลายอย่าง ค่าใช้จ่ายเกือบสองแสนบาท เพื่อรับกฐินแต่พอถึงเวลา น.ส.ณัฏฐกรณ์ ที่อ้างว่าจะนำเงินมาถวาย ๑ ล้านบาท เพื่อขอเป็นเจ้าภาพกฐิน ถึงวันงานกลับไม่มีเงินมาถวาย แถมยังเปิดเฟซบุ๊กเพื่อรับบริจาคซึ่งแสดงถึงเจตนาอย่างใดอย่างหนึ่ง เพื่อผิดสัญญา tt ttขณะที่นายนที ชื่นจรูญ กรรมการวัดอีกคน เปิดเผยว่า ตนไม่เคยเห็นบุคคลพวกนี้มาก่อน ส่วนใหญ่จะรู้จักอาจารย์ (เจ้าอาวาส) อาจารย์เลยรับให้เขาเป็นเจ้าภาพกฐิน ซึ่งหลังจากแจ้งความไปแล้วนั้น ทางตำรวจบอกว่าเดี๋ยวจะเรียกให้มาไกล่เกลี่ยเพราะเป็นคดีแพ่งไม่ใช่คดีอาญา ส่วนเรื่องที่หญิงดังกล่าวไปเรี่ยไรเพื่อนำเงินมาถวายกฐิน ส่วนนั้น เราแจ้งไม่ได้ “เรื่องแบบนี้ไม่เคยเกิด ส่วนใหญ่ไม่มีใครเขาทำ สายบุญจริงๆ ไม่มีใครเขาทำ วัดไม่ได้เจาะจงว่าต้องเท่านั้นเท่านี้มีเท่าไรก็ทำ เหมือนเจตนาเอาชื่อวัดไปให้เพื่อนๆ สายมูมาทำบุญกับตัวเขา โดยจะได้เงินเท่าไรก็ เราไม่ทราบ อยากจะบอกว่าอย่าทำอีกเลยมันบาป ครั้งนี้ทำได้เดี๋ยวครั้งต่อไปก็ทำอีก”ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ ๖ ธ.ค. ที่ สภ.ลำลูกกา พระสมชาย สุนนท์ อายุ ๓๕ ปี ที่อยู่ ๑๒ หมู่ ๙ ตำบลบึงคำพร้อย อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี พร้อมด้วย นายซลอ นิวร อายุ ๖๖ ปี อยู่หมู่ ๘ ตำบลบึงคำพร้อย อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี ได้เดินทางมาพบ พ.ต.ต.ธสรณ์ แช่มซ้อย พนักงานสอบสวน แจ้งความว่า เมื่องานทอดกฐินปี ๒๕๖๔ ของวัดเกตุประภา ได้มี น.ส.ธัญญ์รภัสร์ อัครพงศภาคิน และน.ส.ณัฏฐกรณ์ หิรัญปิยะวงศ์ เข้ามาแจ้งกับเจ้าอาวาสว่าจะรับเป็นเจ้าภาพทอดกฐินในปี ๒๕๖๖ คือปีนี้ ยอดน่าจะได้เกือบล้านบาท ทางวัดได้มีการจัดเตรียมงาน ลงทุนไปหลายอย่าง ค่าใช้จ่ายประมาณ ๑๘๓,๑๒๖ บาท ก่อนวันทอดกฐิน ๑ วัน เจ้าภาพ น.ส.ธัญญ์รภัสร์ และ น.ส.ณัฏฐกรณ์ เข้ามาแจ้งกับเจ้าอาวาสว่า ไม่มีเงิน จึงได้ตกลงกันว่าวันทอดกฐิน มีเงินเท่าไหร่ก็ได้เอาเท่าที่มีเพื่อให้งานเสร็จสิ้นไป เมื่อถึงวันทอดกฐินเจ้าภาพฯ แจ้งว่าไม่มีเงิน มาถวายวัดเลย เมื่อเสร็จพิธีจึงได้มีการประชุมตกลงชี้แจง ระหว่างเจ้าภาพ คณะกรรมการและพระสงฆ์ภายในวัดและชาวบ้าน ในวัด นั้นเจ้าภาพ ตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรว่าจะถวายเงินแก่วัด ๓๐๐,๐๐๐ บาทในวันที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๖๖ ที่ผ่านมา แต่แล้วก็ไม่เป็นไปตามข้อตกลง เจ้าภาพกลับมาแจ้งความว่าหนึ่งในคณะกรรมการวัดได้กล่าวหายักยอกเงินกฐิน ทางเราไปสืบทราบมาว่า หนึ่งในเจ้าภาพ คือ น.ส.ธัญญ์รภัสร์ ได้มีการโพสต์หน้าเฟซบุ๊กของตนเองเพื่อให้คนร่วมทำบุญ โอนเงินเข้าบัญชีตัวเองและในวันงาน ทางเจ้าภาพฯ มากันเพียง ๓ คน โดยขับรถใหม่ป้ายแดงมาแต่กลับแจ้งทางวัดว่าตั้งแต่เกิดโรคระบาด โควิด-๑๙ ทำให้ธุรกิจขาดทุน จึงไม่มีปัจจัยมาร่วมงานกฐินที่ได้รับปากไว้ จึงเป็นจุดน่าสงสัยว่า ธุรกิจขาดทุนแต่ไม่แจ้งทางวัดล่วงหน้าก่อน ว่าไม่สามารถมาเป็นเจ้าภาพได้ทำไมถึงมาแจ้งก่อนวันงานเพียง ๑ วัน ๒.ธุรกิจขาดทุนแต่ออกรถใหม่ป้ายแดง ๓.มีการโพสต์เฟซบุ๊ก เป็นสาธารณะ เพื่อให้คนร่วมทำบุญ โอนเงินเข้าบัญชีตัวเอง ๔.ทำไมแจ้งความในวันที่ ๑ ธ.ค. ๒๕๖๖ เวลา ๑๕.๔๔ น. ซึ่งตรงกับวันที่ตกลง นำเงินมาถวายวัด ๓๐๐,๐๐๐ บาท ตามข้อตกลง แบบนี้แสดงจึงเจตนาอย่างใดอย่างหนึ่ง เพื่อผิดสัญญาหรือไม่โดยก่อนหน้านั้น เมื่อวันที่ ๑ ธ.ค. น.ส.ธัญญ์รภัสร์ อัครพงศาภาคิน อายุ ๔๖ ปี ที่อยู่หมู่ ๖ ตำบลบึงคำพร้อย อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี พร้อมด้วย น.ส.ณัฏฐภรณ์ หิรัญปิยะวงศ์ อายุ ๕๓ ปี หมู่ ๖ ตำบลบึงคำพร้อย อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี ได้ไปแจ้งความไว้ที่ สภ.ลำลูกกา เรื่องทุกข์กับ ร.ต.อ.บุญเลิศ อู่ผลเจริญ รองสว.(สอบสวน) สภ.ลำลูกกา ว่าได้มีบุคคล ซึ่งเป็นหนึ่งในคณะกรรมการ ของวัดเกตุประภา กล่าวหาว่า พวกตนว่าได้ยักยอกเงินทำบุญกฐิน ของทางวัดไป ซึ่งไม่เป็นความจริงทำให้พวกตนได้รับความเสียหาย และเสื่อมเสียชื่อเสียง จึงมาแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนไว้เป็นหลักฐาน