Monday, 27 May 2024

พิษเงินทอนฟันอดีตผอ.พศ. ป.ป.ช.พบผิด เรียกเงิน ๓ วัด กว่า ๓ ล้านบาท

21 Dec 2023
70

ป.ป.ช.ลงดาบชี้มูลความผิดทางอาญา-วินัย “ผู้อำนวยการนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์” กับ ขรก.สำนักพุทธศาสนา ทุจริตเงินอุดหนุนปฏิสังขรณ์วัดปี ๒๕๕๗ ไต่สวนแจ่มแจ้งพบพฤติกรรมงาบหัวคิวร้อยละ ๙๐ จากเงิน ๓ วัดภาคกลางขอเบิกรวมมูลค่าร่วม ๓ ล้านกว่าบาท แถมฟันอนุมัติเงินบูรณะวัดมั่วซั่วให้อีก ๕ วัด ทั้งๆที่วัดไม่ได้ร้องขอ และไม่ได้ประสบวินาศภัยตามที่กล่าวอ้างรวม ๒๘ ล้านบาทหลังจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ใช้เวลาไต่สวนคดีมหากาพย์นานนับ ๑๐ ปี กรณีข้าราชการระดับสูงของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ทุจริตเงินอุดหนุนปฏิสังขรณ์วัดในพื้นที่ภาคกลาง เมื่อวันที่ ๒๐ ธ.ค. นายนิวัติไชย เกษมมงคล เลขาธิการป.ป.ช. แถลงว่า ป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิดนายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการพศ.กับพวก ทุจริตเงินอุดหนุนปฏิสังขรณ์วัดปี ๒๕๕๗ โดย ป.ป.ช.ไต่สวนพบในปี ๒๕๕๖ น.ส.ประนอม คงพิกุล ผู้อำนวยการกองพุทธศาสนสถาน ติดต่อพระครูปลัดวิสุทธิวัฒน์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดคันลัด ให้ติดต่อเจ้าอาวาสวัดที่ประสงค์ขอรับเงินอุดหนุนวัดจาก พศ.มาจัดทำเอกสารขอรับเงินอุดหนุน มีเงื่อนไขว่า วัดที่ขอรับเงินอุดหนุนจะได้เงินอุดหนุนเพียงร้อยละ ๑๐ ของเงินที่ได้รับ อีกร้อยละ ๙๐ ต้องส่งคืน พศ.เพื่อใช้ในกิจการอื่น พระครูปลัดวิสุทธิวัฒน์ติดต่อเจ้าอาวาสวัดใน จ.อยุธยา ๓ แห่ง ได้แก่ เจ้าอาวาสวัดโพธิ์ทอง วัดตำหนัก (ภาวนาราม) และวัดจงกลณี ทำคำขอรับเงินอุดหนุน นำไปมอบให้น.ส.ประนอม ส่งต่อให้นายนพรัตน์อนุมัติจ่ายเงินอุดหนุนวัด หลังเบิกจ่ายเงินอุดหนุนแก่วัดแล้ว เจ้าอาวาสทั้ง ๓ วัด เบิกถอนเงินตามจำนวนที่ได้รับอุดหนุนส่งคืน น.ส.ประนอมตามเงื่อนไข โดยวัดโพธิ์ทองได้เงินจำนวน ๑ ล้านบาท ได้รับเงินจริง ๙๐,๐๐๐ บาท วัดตำหนัก (ภาวนาราม) ได้ ๑ ล้านบาท ได้รับเงินจริง ๑ แสนบาท และวัดจงกลณีได้ ๒ ล้านบาท ได้รับเงินจริง ๔ แสนบาททั้งนี้ป.ป.ช.มีมติว่า การกระทำนายนพรัตน์กับพวกมีมูลความผิด ป.อาญา มาตรา ๑๔๗,๑๕๑ และ ๑๕๗ ส่งเรื่องไปยังอัยการสูงสุดดำเนินคดีอาญา และส่งเรื่องไปยังผู้บังคับบัญชาดำเนินการทางวินัย พร้อมให้ชดใช้ค่าเสียหายตาม พระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.๒๕๓๙ ด้วยนายนิวัติไชยกล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ ป.ป.ช.ยังชี้มูลความผิดนายนพรัตน์ ทุจริตเงินอุดหนุนบูรณะวัดปี ๒๕๕๗ ที่จัดสรรให้วัดอีก ๕ แห่ง คือ วัดเพลง (กลางสวน) กทม. จำนวน ๕ ล้านบาท วัดใหญ่ จ.สมุทรปราการ ๔ ล้านบาท วัดเกาะแก้วอรุณคาม จ.สระบุรี ๕ ล้านบาท วัดห้วยจระเข้ จ.นครปฐม ๔ ล้านบาท และวัดกลางเหนือ จ.สมุทรสงคราม ๑๐ ล้านบาท อ้างเหตุเพื่อปฏิสังขรณ์ และประสบวินาศภัย โดยวัดไม่เคยมีคำร้องขอรับเงินอุดหนุน และไม่ได้ประสบวินาศภัย แม้ภายหลัง พศ.โอนเงินเข้าบัญชีวัด และวัดได้เบิกถอนเงินมาใช้ในปฏิสังขรณ์วัด ไม่ปรากฏมีเจ้าหน้าที่รัฐเรียกรับเงิน หรือขอเงินคืนจากงบฯที่ได้รับ แต่นายนพรัตน์อนุมัติเงินอุดหนุนวัด ไม่ชอบด้วยหลักเกณฑ์ของ พศ. ดังนั้น ป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิดนายนพรัตน์ มีมูลความผิดตาม ป.อาญามาตรา ๑๕๑ และ ๑๕๗ และมีมูลความผิดทางวินัยร้ายแรง ให้ส่งเรื่องอัยการสูงสุดดำเนินคดีอาญา และส่งคําวินิจฉัยให้ผู้บังคับบัญชาดำเนินการทางวินัยอ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” ทั้งหมดที่นี่