Thursday, 23 May 2024

วอนอย่าใช้น้ำทะเล

26 Dec 2023
71

กลายเป็นประเด็นถกเถียงเรื่องผลกระทบที่จะตามมา หลังกองทัพอิสราเอล (IDF) เปิดเผยกลยุทธ์อัดน้ำไล่หนูออกจากท่อ ปั๊มน้ำทะเลใส่อุโมงค์ฉนวนกาซา บีบนักรบฮามาส ขึ้นมาสู้บนดินโดยมีการเทสต์รัน ทดสอบปล่อยแบบจำกัดวงไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่สถาบันการทหารเวสต์ พอยต์ ของสหรัฐฯ เคยประเมินไว้ว่า ใต้ฉนวนกาซามีอุโมงค์กว่า ๑,๓๐๐ แห่ง มีความยาวรวมกันกว่า ๕๐๐ กิโลเมตร ซึ่งหากจะอัดน้ำให้เต็ม จะต้องใช้น้ำทะเลประมาณ ๑.๕ ล้านลูกบาศก์เมตร (รถบรรทุกน้ำ กทม.กว่า ๑๖๐,๐๐๐ คัน)แม้จะไม่มีการเปิดเผยการทดสอบดังกล่าวว่ามีประสิทธิภาพมากน้อยเพียงใด แต่ก็มีเสียงวิงวอนจากนักวิชาการทันทีว่า การอัดน้ำทะเลเข้าไปในเครือข่ายอุโมงค์ใต้ดินฉนวนกาซา ย่อมส่งผลต่อ “ชั้นหินอุ้มน้ำ” ซึ่งเป็นแหล่ง “น้ำจืด” หลักของประชาชนชาวปาเลสไตน์มาร์ค เซตุน ผู้อำนวยการสถาบันศึกษาเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ เปิดเผยว่า ชั้นหินอุ้มน้ำที่ว่านี้ คือแหล่งน้ำจืดหลักของฉนวนกาซา ประเมินได้ว่าน้ำจืดในฉนวนกาซากว่า ๘๕% มาจากการขุดเจาะบ่อน้ำจากชั้นหินดังกล่าว หล่อเลี้ยงชาวปาเลสไตน์มากว่าหลายทศวรรษที่สำคัญชั้นหินอุ้มน้ำใต้ฉนวนกาซา ก็ไม่ได้อยู่ในสภาพเต็มร้อย ได้ผลกระทบในช่วงปีหลังๆจากน้ำเสียซึมลงชั้นหินใต้ดิน และจากน้ำทะเลหนุน การอัดน้ำทะเลลงไปในอุโมงค์มีความเป็นไปได้สูงว่า แหล่งน้ำจืดเหล่านี้อาจถูกทำลายไปทั้งหมด กลายเป็นวิกฤตการณ์ร้ายแรง อีกทั้งในอุโมงค์ใต้ดินก็อาจถูกใช้เป็นที่เก็บ “น้ำมัน” หากน้ำทะเลไปผสมกับน้ำมันในอุโมงค์ และซึมลงไปในชั้นหิน ก็เข้าข่ายอวสานของแหล่งน้ำฉนวนกาซาจึงเป็นการสมควรหรือไม่ ที่ประชาคมโลกควรช่วยกันคัดค้านปฏิบัติการอัดน้ำไล่หนู เพราะจะส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมในระยะยาว และเปลี่ยนวิถีชีวิตประชาชนในฉนวนกาซาไปตลอดกาลแต่สุดท้ายก็ไม่มีใครให้คำตอบได้ ว่าอิสราเอลที่โกรธแค้นอย่างหนักจะตัดสินใจเช่นไร อีกทั้งในอดีตกาลก็เคยมีประวัติศาสตร์บันทึกไว้ว่า กองทัพจักรวรรดิ “โรมัน” เคยล้างแค้นอาณาจักร “คาร์เทจ” ที่รบพุ่งกันมานาน ด้วยการเอาเกลือทะเลโรยหน้าดิน จนพื้นที่แถบนั้นไม่สามารถเพาะปลูกอะไรได้อีก.ตุ๊ ปากเกร็ดคลิกอ่านคอลัมน์ “หน้าต่างโลก” เพิ่มเติม