Thursday, 23 May 2024

เหยื่อโผล่อีก ๕ ราย พาเด็กชายร้อง "ปวีณา" แจ้งความเอาผิดโค้ชบอล-อดีตทหาร

26 Dec 2023
79

เหยื่อโผล่อีก ๕ ราย พ่อแม่พาลูกๆ เด็กชายอีก ๕ คน ร้อง “มูลนิธิปวีณา” พาเข้าแจ้งความตำรวจ ปคม. เอาผิดโค้ชฟุตบอล และอดีตทหารยศพันตรี เพื่อดำเนินคดีให้ถึงที่สุดเมื่อเวลา ๑๕.๓๐ น. วันที่ ๒๖ ธ.ค. ๖๖ ที่มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี จ.ปทุมธานี ผู้ปกครอง ๕ ครอบครัว เดินทางจาก จ.อุดรธานี พาลูกชายอีก ๕ คน มีอายุระหว่าง ๑๐-๑๓ ปี เข้าร้องทุกข์ต่อ นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ ว่าลูกชายทั้ง ๕ คน ถูกโค้ชฟุตบอล อายุ ๔๓ ปี ซึ่งเป็นเกษตรอำเภอ ข้าราชการซี ๗ และอดีตนายทหารยศพันตรี อายุ ๖๔ ปี ผู้สนับสนุนทีมฟุตบอล ที่ถูกตำรวจ ปคม.จับกุมดำเนินคดีฐานร่วมข่มขืนกระทำชำเราเด็ก และข้อหาอื่นๆ รวม ๖ ข้อหา เพื่อขอให้ นางปวีณา พาเข้าแจ้งความกับตำรวจ ปคม. ให้ดำเนินคดีถึงที่สุด หลังจากที่ก่อนหน้านี้ นางปวีณา ได้ช่วยเหลือเด็กชาย ๒ คน อายุ ๑๐ ขวบเท่ากัน ที่ถูกโค้ช และผู้สนับสนุนทีมข่มขืนกระทำชำเรา และประสานตำรวจ ปคม. จนนำไปสู่การจับกุมผู้กระทำผิดทั้ง ๒ คนมาดำเนินคดีได้นางแหม่ม (นามสมมติ) แม่ของเด็กชายเอ อายุ ๑๓ ปี ๑ ใน ๕ เหยื่อที่เข้าร้องทุกข์ กล่าวว่า หลังรู้ข่าวมีเด็กๆ ในทีมฟุตบอลถูกโค้ช และผู้สนันสนุน ข่มขืนกระทำชำเรา จึงได้สอบถามลูก และทราบว่าลูกถูกกระทำตั้งแต่ ป.๕ เมื่อปี ๖๔ และถูกกระทำเรื่อยมาร่วม ๓ ปี แม้จะย้ายไปเรียนชั้น ม.๑ ที่โรงเรียนอื่นแล้วก็ตาม แต่ก็ยังอยู่ในทีมฟุตบอล และไปอยู่บ้านครูเป็นประจำ ขณะที่เพื่อนๆ ร่วมทีมอีก ๔ คนที่เดินทางมาด้วยกันวันนี้ก็ถูกกระทำร่วมกัน ที่ผ่านมาแม่ไม่เคยรู้ว่าลูกต้องทุกข์ทรมานมาก่อน แต่ด้วยความที่เขารักการเตะฟุตบอลจึงไม่กล้าบอกใคร เพราะถูกข่มขู่ไว้ว่าจะไล่ออกจากทีม “ทีแรกแม่ๆ ทั้ง ๕ คนก็ไม่รู้จะทำอย่างไรดี เพราะเกรงกลัวอิทธิพล ไม่กล้าแจ้งความ เนื่องจากรู้ว่าโค้ช และผู้สนันสนุนทีมรู้จักคนใหญ่คนโตเยอะ แต่เมื่อเห็น นางปวีณา และตำรวจ ปคม. ช่วยเหลือจับกุมทั้ง ๒ คนแล้ว จึงตัดสินใจเข้าร้องทุกข์ขอความช่วยเหลือมูลนิธิปวีณาฯ”    ยายของเด็กชาย ๑๐ ขวบ ผู้เสียหายอีกราย กล่าวว่า ตอนนี้ทางผู้ปกครองทุกคนไม่สบายใจ เพราะโค้ชฟุตบอลได้รับการประกันตัวออกมาอยู่ที่บ้านพัก ซึ่งอยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน วันแรกที่โค้ชออกมาก็ส่งข้อความมาหาน้าของเด็กบอกว่า “อยากให้ทุกคนและเด็กๆ ไปร่วมงานผูกข้อไม้ข้อมือเพื่อรับขวัญโค้ชที่บ้าน ข่าวที่ออกไปไม่ใช่เรื่องจริงทั้งหมด คิดถึงทุกคน รักทุกคนเสมอ” แต่ยายก็ไม่ได้ไปร่วมงาน และไม่เชื่อที่โค้ชพูด เพราะสิ่งที่รู้ว่าหลานถูกกระทำมากกว่าที่เป็นข่าวเสียอีกคุณแม่เด็กชาย ๑๐ ขวบ ผู้เสียหายอีกราย กล่าวว่า มารู้เรื่องเพราะลูกผูกเฟซบุ๊กกับแม่ แม่มาเจอคลิปที่ลูกส่งให้กับโค้ช และผู้สนันสนุนในแมสเซส เพราะผู้สนันสนุนบังคับให้ลูกถ่ายคลิปขณะสำเร็จความใคร่ตัวเองส่งไปให้ดูหลายครั้ง และผู้สนันสนุนก็โอนเงินให้ลูกครั้งละ ๒๐-๓๐ บาท นอกจากนี้ลูกยังถูกข่มขืนกระทำชำเราร่วมกับเด็กคนอื่นๆ และบังคับให้เด็กๆ กลืนน้ำอสุจิอีกด้วย อ้างว่าเด็กๆ จะได้แข็งแรง และตัวสูง โดยถูกกระทำมาตลอด ๒ ปี นางปวีณา กล่าวว่า หลังรับเรื่องได้ประสาน พล.ต.ต.ศารุติ แขวงโสภา ผบก.ปคม., พ.ต.อ.กรีธา ตัณคณารัตน์ – พ.ต.อ.สุรพงษ์ ชาติสุทธิ์ รอง ผบก.ปคม. เพื่อเตรียมพาทั้ง ๕ ครอบครัวเข้าแจ้งความเพิ่มเติม และให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และได้ประสาน ด็อกเตอร์ธีร์ ภวังคนันท์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เพื่อร่วมประชุมหาแนวทางช่วยเหลือ และป้องกันเหตุร้ายที่เกิดขึ้นกับเด็กนักเรียน  ซึ่งก่อนหน้านี้ที่ตำรวจ ปคม. ได้จับกุมผู้กระทำผิดทั้ง ๒ ราย นางปวีณา ได้พาพ่อแม่เด็กไปติดต่อขอรับเงินเยียวยา โดย พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการยุติธรรม มอบหมายให้ นายสมบูรณ์ ม่วงกล่ำ ที่ปรึกษา รัฐมนตรีว่าการยุติธรรม เป็นตัวแทน พร้อมด้วย นายสุรไกร นวลศิริ หัวหน้าสำนักงาน รัฐมนตรีว่าการยุติธรรม นางสาวจิฬาภรณ์ ตามชู กฤษณสุวรรณ ผู้อำนวยการสำนักงานช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้เสียหายและจำเลย นายปริญญ์วัฒน์ เปี่ยมปิ่นวงศ์ ผู้อำนวยการศูนย์บริการร่วม รับเรื่องและประชุมร่วมกันหาแนวทางช่วยเหลือผู้เสียหายทางคดี โดยทางกระทรวงยุติธรรมได้เล็งเห็นความทุกข์ร้อนของผู้เสียหายทุกคน และเร่งนำเรื่องเข้าที่ประชุมพิจารณาเงินช่วยเหลือเยียวยาให้อย่างเร่งด่วนเป็นกรณีพิเศษ โดยใช้เวลา ๕ วัน วันนี้ นางสาวจิฬาภรณ์ ตามชู กฤษณสุวรรณ ผู้อำนวยการสำนักงานช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้เสียหายและจำเลย รายงานมาว่า ทางกรมคุ้มครองสิทธิ กระทรวงยุติธรรม อนุมัติเงินเยียวยาให้กับ ๒ เด็กชาย ๑๐ ขวบแล้ว คนละ ๕ หมื่นบาท ในส่วนเด็กชายอีก ๕ คนที่เดินทางมาวันนี้มูลนิธิปวีณาฯ จะให้การช่วยเหลือเด็กและครอบครัวดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดให้ถึงที่สุด และจะประสานให้ได้รับเงินเยียวยาผู้เสียหายด้วยเช่นกัน.