Friday, 24 May 2024

ก้าวไกล จัดหนัก ชำแหละงบกองทัพ เหน็บนโยบายหาเสียงก็แค่คำโฆษณา แถมรับช่วงต่อลุงตู่

04 Jan 2024
52

“เอกราช อุดมอำนวย” ถาม “สุทิน” มีแผนลดกำลังพล แต่ทำไมของบเพิ่ม จี้เปิดโครงการสร้างรันเวย์สนามบินอู่ตะเภามียัดไส้หรือไม่ ด้าน “ชยพล สท้อนดี” ซัด จัดงบกองทัพไม่มีประสิทธิภาพ มีค่าโง่เรือดำน้ำสูงถึง ๑.๕ หมื่นล้านบาท อัดนโยบายหาเสียงก็แค่คำโฆษณา ชี้ “เศรษฐา-สุทิน” แค่รับช่วงต่อ “ลุงตู่”วันที่ ๔ มกราคม ๒๕๖๗ เมื่อเวลา ๑๒.๒๗ น. ที่อาคารรัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๗ วาระแรก วงเงิน ๓,๔๘๐,๐๐๐ ล้านบาท นายเอกราช อุดมอำนวย สส.ดอนเมือง พรรคก้าวไกล อภิปรายถึงงบประมาณกระทรวงกลาโหม ระบุว่า ตนเองมีความดีใจที่ นายสุทิน คลังแสง เป็นพลเรือนคนแรก ที่ได้นั่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เมื่อดูนโยบายปฏิรูปกองทัพของรัฐบาลเพื่อไทยที่ต้องการลดกำลังพล เปลี่ยนการเกณฑ์ทหารเป็นแบบสมัครใจ เมื่อมาดูการจัดสรรงบประมาณในภาพรวม พบว่าในปี ๒๕๖๗ ของบประมาณ ๑.๙๘ แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี ๖๖ ถึง ๓.๘ พันล้านบาท ที่อาจสวนทางกับแผนลดกำลังพล อีกทั้งยังพบว่ารายจ่ายบุคลากรเพิ่มขึ้นทุกปี จึงขอถามว่าลดตรงไหน เอาปากกามาวงเมื่อเจาะดูงบพบว่ารายจ่ายส่วนใหญ่หมดไปกับบุคลากร และยังพบว่าไปซ่อนอยู่กับงบเกณฑ์ทหารด้วย พร้อมเปิดเผยว่าค่ายใน จ.นครพนม มีนายพัน นายพล ยึดบัตรเอทีเอ็ม และตั้งรหัสบัตรเดียวกัน คือ ๑๑๑๑ ขณะที่รถประจำตำแหน่งของนายพลมีงบสูงถึง ๕๖๕ ล้านบาท ซึ่งสะท้อนว่าจำนวนนายพลในกระทรวงกลาโหมไม่ลดลงเลย จึงตั้งคำถามว่านายสุทินจะดำเนินการลดกำลังนายพลหรือไม่ พร้อมอดสงสัยไม่ได้ว่างบลับของกระทรวงเหตุใดถึงเท่ากันทุกปี ทั้งที่รัฐบาลที่แล้ว สส.ในพรรคของนายสุทินก็อภิปรายงบลับกลาโหมอย่างดุเดือด แถมระเบียบมีการเขียนปิดปากว่าผู้ใดเปิดเผยงบลับจะผิดวินัยร้ายแรงอีกด้วย จึงตั้งคำถามว่างบลับมีไว้ให้นายทหารชั้นนายพลงาบไว้อย่างลับๆ หรือไม่ นายเอกราช ยังกล่าวอีกว่า เราอยู่ในยุคที่กองทัพเรือไปกู้เงินต่างประเทศมาสร้างรันเวย์สนามบินอู่ตะเภาได้อย่างไร ทั้งที่เป็นสนามบินเชิงพาณิชย์ และกองทัพเรือมาเกี่ยวข้องได้อย่างไร ทั้งที่เป็นหน้าที่ของหน่วยงานอื่น พร้อมยังมาชี้แจงว่าเป็นพื้นที่ในกองทัพเรือ จึงต้องข้อสงสัยว่าต้องการหวงพื้นที่เพื่อหวังเปิดประมูล หรือหวังเงินทอนหรือไม่ และยังตั้งคำถามว่าโครงการนี้มียัดไส้เงินทอนหรือไม่ จึงขอให้นายสุทินเปิดเผยเอกสารเรื่องนี้ ต่อมาเวลา ๑๒.๕๔ น. นายชยพล สท้อนดี สส.กทม. พรรคก้าวไกล ได้อภิปรายถึงงบกองทัพบกต่อว่า KPI ไม่ตอบโจทย์นโยบายหาเสียง และยังจัดงบประมาณไม่มีประสิทธิภาพ โดยพบว่างบซื้ออาวุธเมื่อดูสัดส่วนการวางเงินดาวน์ในแต่ละปี ยอดเงินดาวน์น้อย ซึ่งจะเป็นผลผูกพันธ์ต่องบประมาณในอนาคตที่จะเป็นความพินาจชิ้นใหญ่ หรือนี่อาาจะเป็นความพยายามเอาอกเอาใจ รัฐบาลจึงไม่ปฏิรูปแต่มาสวมกอดแทน พร้อมถามจุดยืนของ นายสุทิน และพรรคเพื่อไทย ว่ายังมีจุดยืนในการปฏิรูปกองทัพหรือไม่เมื่อดูเรื่องค่าโง่เรือดำน้ำใน ๔ รายการ พบว่ามีมูลค่าสูงถึง ๖,๕๔๒.๑๖ ล้านบาท และยังมีค่าโง่ที่โครงการไม่เสร็จอีก ๔ รายงาน วงเงิน ๙,๒๓๔.๒ ล้านบาท ทำให้มียอดค่าโง่รวมกันสูงถึง ๑๕,๗๗๖.๓๖ ล้านบาท จึงแนะนำว่าให้ยกเลิกการซื้อเรือดำน้ำจากจีน เพราะนอกจากจะผิดสัญญากับไทยแล้ว ประเทศยังไม่ได้อะไร ทางที่ดีคือการจัดซื้อแบบ Offset Policy หรือการจัดซื้อแบบชดเชย ซึ่งตนเองทราบดีว่ารัฐบาลนี้ไม่ได้เป็นผู้จัดซื้อแต่เป็นผู้ชี้ขาด ขณะที่นายกฯ เองยังระบุว่าเศรษฐกิจไทยอยู่ในช่วงวิกฤติ จึงถามว่าวิกฤติแบบใดมีเงินซื้ออาวุธ ดังนั้นประเทศที่ไม่มีวิกฤติอาจจะวิกฤติจริง จากการใช้งบประมาณแบบไร้วิสัยทัศน์เช่นนี้ แถมในงบประมาณฉบับนี้ยังไม่มีข้อมูลในการใช้งบกู้เรือหลวงสุโขทัยอีกด้วย พร้อมฝากคำขวัญวันเด็ก ให้นายสุทินไปดูแลเด็กๆ ในกระทรวงว่า โปร่งใส มีวินัย กล้าตัดสินใจ ตรวจสอบได้ จึงขอให้กระทรวงกลาโหมกลับไปทำการบ้าน “ชอบพูดนักพูดหนาว่าคิดใหญ่ทำเป็น พอออกเล่มงบประมาณ เป็นทำแล้วทำอยู่มากกว่า นโยบายหาเสียงก็แค่คำโฆษณา ดูแล้วก็จะมีแค่ประยุทธ์ที่ทำตามคำโฆษณาได้ คือทำแล้ว ทำอยู่ ทำต่อ แล้วเศรษฐากับสุทินมารับช่วงต่ออีกที ลดงบประมาณ ลดกำลังพล ไม่มีแม้แต่กลิ่นให้ได้ดมในงบประมาณ หรือแค่ต้องการตบรางวัลให้กองทัพ เอาอกเอาใจในยุคทหารครองเมือง” นายชยพล กล่าวทำให้ นายวรวงศ์ วรปัญญา สส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย ประท้วงว่า ผู้อภิปรายกล่าวเสียดสี แต่นายวันนอร์วินิฉัยว่ายังอยู่ในประเด็น นายชยพล จึงอภิปรายต่อว่า เสียดายที่ นายสุทิน เป็นพลเรือนคนแรกนั่งกระทรวงกลาโหม แทนที่จะใช้โอกาสนี้ปฏิรูปกองทัพ แต่แค่จะพูดคำว่าปฏิรูปยังไม่กล้า วันนี้ทุกคนคงเห็นแล้วว่าแม้เปลี่ยนรัฐบาลใหม่ แต่สุดท้ายทุกอย่างยังเหมือนเดิม.tt ttนายวรวงศ์ วรปัญญา สส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย