เงินเฟ้อไทยร่วงไม่หยุด เสี่ยงหรือไม่เผชิญเงินฝืด เตือนมหาวิกฤติในจีน

05 ม.ค. 2024
38

เป็นสัญญาณกำลังซื้อลด เงินฝืดกำลังจะมาในปี ๒๕๖๗ หรือไม่? ภายหลังสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า ออกมาระบุเงินเฟ้อเดือน ธันวาคม๒๕๖๖ เท่ากับ ๑๐๖.๙๖ เทียบกับ พฤศจิกายน๒๕๖๖ ลดลง ๐.๔๖% และเทียบกับเดือน ธันวาคม๒๕๖๕ ลดลง ๐.๘๓% ลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ ๓ ติดต่อกัน ต่ำสุดในรอบ ๓๔ เดือน นับจากเดือน กุมภาพันธ์๒๕๖๔ และเฉลี่ยทั้งปี ๒๕๖๖ ใกล้เคียงกับที่คาดการณ์ อยู่ที่ ๑.๒๓%ปัจจัยหลักมาจากการลดลงของราคาสินค้าในกลุ่มพลังงาน ทั้งน้ำมัน และไฟฟ้า ตามนโยบายลดภาระค่าครองชีพด้านพลังงานของรัฐบาล รวมทั้งเนื้อสัตว์ และเครื่องประกอบอาหาร ที่ราคาลดลงต่อเนื่อง และผักสดราคาลดลงค่อนข้างมาก จากการระบุของ พูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า แต่ยืนยันไม่เข้าสู่ภาวะเงินฝืดภาวะเงินเฟ้อเดือน มกราคมปี ๒๕๖๗ คาดว่ามีโอกาสจะติดลบเป็นเดือนที่ ๔ หากเดือนต่อๆ ไปติดลบยาวนาน อาจเกิดภาวะเงินฝืดได้ จากราคาสินค้า และบริการลดต่ำลง เพราะผู้บริโภคชะลอการจับจ่าย หรือต้นทุนการผลิตสินค้าที่ลดต่ำลง ดูเหมือนเป็นเรื่องดีสำหรับผู้บริโภค แต่ภาวะเงินฝืดจะทำให้เศรษฐกิจชะลอตัวลง เพราะผู้ผลิตอาจลดการผลิต และลดการจ้างงาน เมื่อคนตกงานกระทบต่อการเป็นอยู่ ยิ่งทำให้กำลังซื้อลดลงไปอีกtt ttไทยไม่ถึงขั้นเงินฝืด เป็นห่วงเงินเฟ้อกลับมาอีก”ด็อกเตอร์บันลือศักดิ์ ปุสสะรังษี” อาจารย์เกียรติคุณ คณะพัฒนาการเศรษฐกิจ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ระบุคำว่าเงินฝืดมีความหมาย ๒ อย่าง คือ เงินเฟ้อติดลบ และอุปสงค์หดตัว ต้องรุนแรงเรื้อรังเหมือนประเทศญี่ปุ่น ส่วนไทยยังไม่ถึงขั้นนั้น แต่เป็นห่วงจะเกิดภาวะเงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้นจากปัญหาในตะวันออกกลางจะขยายวงกว้าง และราคาน้ำมันจะปรับขึ้นไปแตะที่ระดับ ๑๐๐ ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ทำให้เงินเฟ้อขยับขึ้นอีกจนไทยขาดดุลบัญชีเดินสะพัด และหนี้จะเพิ่มขึ้น“เป็นสัญญาณมีปัญหา เมื่อเงินเฟ้อกลับมาสูงขึ้นอีก ขณะที่เศรษฐกิจไทยก็อ่อนแอ ทางแบงก์ชาติจะขึ้นดอกเบี้ยก็ลำบากมาก และสหรัฐฯ อาจขึ้นดอกเบี้ย ทำให้ดอกเบี้ยสูงขึ้นเรื่อยๆ กลายเป็นว่าปี ๒๕๖๗ เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อจะเกิดปัญหาเงินเฟ้อ และจีนน่าจะเกิดปัญหาสถาบันการเงินหลายแห่งจะแย่ลง รัฐบาลจีนจะเข้าไปช่วยทั้งหมดคงไม่ได้ จะช่วยเฉพาะ ๔ แบงก์ใหญ่ แล้วปล่อยให้นันแบงก์ล้มไป โดยเฉพาะแบงก์ท้องถิ่นน่าเป็นห่วงตั้งแต่กลางปีที่แล้ว ไม่มีเงินจ่ายให้คนฝากเงิน เพราะปัญหาสินเชื่ออสังหาฯ ๘ ล้านล้านดอลลาร์ เอ็นพีแอลพุ่ง ๓๐-๔๐% จนรัฐบาลจีนไม่มีปัญญาอุ้ม”tt ttห่วงวิกฤติจีน กระทบไทย หวั่นเศรษฐกิจแย่ ซ้ำรอยปี ๕๐วิกฤติในจีนน่าเป็นห่วงทั้งหนี้เอกชน หนี้ครัวเรือน และหนี้รัฐบาลจีน มีสัดส่วนในระดับสูง ๓๐๐% ของจีดีพี อาจรุนแรงมากกว่าวิกฤติซับไพรม์ในสหรัฐฯ เพราะรัฐบาลท้องถิ่นในจีนคงไม่ไหว จะเป็นมหาวิกฤติใหญ่ในจีน และสถาบันการเงินอย่างโกลด์แมน แซกส์ คาดว่าวิกฤติในจีนจะฟื้นช่วงปลายปี หากไม่มีปัญหาราคาน้ำมันเข้ามาแทรกแซง ขณะที่ไทยในปี ๒๕๔๐ เคยเกิดวิกฤติต้มยำกุ้ง ใช้เวลา ๖-๗ ปี กว่าจะเคลียร์ปัญหาให้จบเมื่อจีนเกิดวิกฤติจะกระทบไทยหนัก ในฐานะเป็นคู่ค้ารายใหญ่ของไทย รวมถึงมีผลต่อนักท่องเที่ยวจีนจะลดน้อยลง หากราคาน้ำมันปรับเพิ่มขึ้นจะกระทบต่อไทยเกิดภาวะเงินเฟ้อ และดีมานต์จากต่างประเทศก็จะแย่ลง อาจไม่ถึงขั้นวิกฤติเหมือนปี ๒๕๔๐ แต่เศรษฐกิจไทยจะแย่เหมือนปี ๒๕๕๐ จนมีความเป็นห่วงเรื่องเงินเฟ้อมากกว่าเงินฝืด และรัฐบาลไทยก็ไม่มีความชัดเจนในการสะสางเรื่องตราสารหนี้ ๑ ล้านล้านบาท หรือแค่ ๕ หมื่นล้านล้านบาท ยังไม่ดำเนินการใดๆ ทั้งๆ ที่ควรเตรียมการรับมือ ซึ่ง ด็อกเตอร์ศุภวุฒิ สายเชื้อ ก็น่าจะเข้าใจในเรื่องนี้“เรื่องตราสารหนี้ต้องทำไปด้วย ไม่ให้เกิดความปั่นป่วนในตลาดตราสารหนี้ และตลาดหุ้น จนวุ่นกันไปหมด ซึ่งรัฐบาลไม่พูดเรื่องนี้เลย มัวแต่จะพูดเรื่องกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยงบ เหมือนเป็นการแบ่งเค้กมากกว่า การตั้งใจแก้ปัญหาที่จะเกิดขึ้นไม่มียุทธศาสตร์อะไรเลย กลายเป็นคิดไปทำไป จากเดิมจะคิดใหม่ทำใหม่ กลายเป็นคิดมั่วทำมั่ว ไม่มียุทธศาสตร์ในการดูแลเศรษฐกิจ ทั้งระยะสั้น และปานกลาง ไม่มีแนวทางแก้ปัญหาในระยะยาว จนผู้คนในตลาดเป็นห่วงในเรื่องนี้ และปัญหาของนายกรัฐมนตรีอาจไม่มีทีมที่ปรึกษา”tt ttจากข้อมูลปีที่แล้วไทยลงทุนในต่างประเทศ ระดับท้ายๆ สุดของอาเซียน และไม่สามารถดึงดูดเม็ดเงินเข้ามา อย่างโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) เงียบมาก หากมีการลงทุนเป็นจำนวนมาก คนในวงการก็คงรู้ แต่ตอนนี้เงียบ ขณะที่รัฐบาลจะเอาโครงการแลนด์บริดจ์ และจะเอารถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ก็ยังคาราคาซัง เหมือนมวยวัด หรือการโรดโชว์โครงการแลนด์บริดจ์ ก็ไม่มีการทำผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) คิดว่าต้องกวาดบ้านตัวเองให้ดีก่อนจะไปขายอะไร คาดว่าปี ๒๕๖๗ จะแย่กว่าปีที่แล้ว จากปัญหาภายนอก โดยเฉพาะจากจีน และราคาน้ำมันอาจแตะระดับ ๑๐๐ ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งมีความเป็นไปได้ จนเงินเฟ้อกลับมาปรับตัวสูงขึ้นแต่รัฐบาลไม่ตั้งรับ ไม่ทำอะไรเลย และปัญหาของราคาน้ำมันจะทำอย่างไร จะมีมาตรการอะไรก็ไม่มี การจัดสรรงบประมาณก็เละเทะ ไม่มียุทธศาสตร์อะไร อย่าไปฟัง ตัวเลขจีดีพีจากรัฐบาลว่าจะเติบโตเท่าใด คาดว่าจีดีพีจะขยายตัวเต็มที่แค่ ๒% หากโชคดี หรืออาจเป็นศูนย์ ไม่ไปไหน เพราะฉะนั้นอยากให้ผู้ประกอบการปรับตัวรับมือ เน้นการคุมต้นทุน อย่าขยายธุรกิจโดยไม่จำเป็น และรัฐบาลก็ควรจะต้องวางยุทธศาสตร์ จะปรับตัวอย่างไร ในเรื่องของห่วงโซ่อุปทานโลก (Global Supply Chain) จากที่จีนเปลี่ยนไปแล้ว“จะต้องพูดความจริงเพื่อให้ประชาชนเตรียมตัว หากจะขึ้นดอกเบี้ยก็คงขึ้นไม่มาก คาดว่าแบงก์ชาติคงไม่ขึ้นดอกเบี้ย ไม่เช่นนั้นคนระดับล่างจะได้รับผลกระทบ อีกทั้งราคาสินค้าเกษตรก็ไม่กระเตื้อง ก็ขอให้มนุษย์เงินเดือนอย่าเพิ่งออกจากงานจะดีที่สุด”.

เรื่องที่เกี่ยวข้อง
มท. ชวนนักเรียน จ.ชายแดนใต้ ขอทุนเรียนต่อ ป.ตรี ฟรี ใน ๑๑ ม.ดังของประเทศ
เหยียบตีนตีกันเละ งานแห่ไม้ค้ำโพธิ์ อ.จอมทอง ไม่สนจับปรับ ๗.๕ หมื่น
“เศรษฐา” เตรียมหารือนายกฯ นิวซีแลนด์ เยือนไทยในฐานะแขกรัฐบาล สานต่อความร่วมมือ
“ประเสริฐ” เชื่อประสบการณ์ “ทักษิณ” เป็นประโยชน์ เพื่อไทยยิ่งมีแรงหลังรับพร
“นายกฯ นิด” เผย “ทักษิณ” พร้อมให้คำปรึกษาทุกเมื่อ ไม่ติด รมต. แห่รดน้ำดำหัว
Settha prepares to discuss New Zealand Prime Minister’s visit to Thailand as a government guest. Continue cooperation “เศรษฐา” เตรียมหารือนายกฯ นิวซีแลนด์ เยือนไทยในฐานะแขกรัฐบาล สานต่อความร่วมมือ