Thursday, 21 May 2026

“ชวลิต” จี้รัฐบาลเพิ่มงบค่าอาหารศูนย์ผู้สูงอายุ หลังปรับขึ้นแค่ ๓ บาทต่อวัน

“ชวลิต” กมธ.งบประมาณ ๒๕๖๗ สัดส่วนไทยสร้างไทย จี้รัฐบาลเพิ่มงบค่าอาหารในศูนย์ผู้สูงอายุของ พม. หลังได้รับงบเพิ่มแค่ ๓ บาท เป็น ๖๐ บาทต่อวัน ตกมื้อละ ๒๐ บาท พร้อมแนะแก้ไขเบิกจ่ายแพมเพิร์สผู้ใหญ่ให้สะดวกขึ้นด้วยวันที่ ๒๐ มกราคม ๒๕๖๗ นายชวลิต วิชยสุทธิ์ กรรมาธิการพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปี ๒๕๖๗ จากพรรคไทยสร้างไทย ให้ความเห็นในการพิจารณางบประมาณของกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ในส่วนของกรมกิจการผู้สูงอายุ เมื่อวันที่ ๑๙ มกราคม ๒๖๖๗ ที่ผ่านมา โดยสรุปดังนี้ว่า ๑. ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการผู้สูงอายุ ซึ่งมีอยู่ ๑๒ แห่งทั่วประเทศ เดิมได้รับงบประมาณค่าอาหาร วันละ ๕๗ บาท รวม ๓ มื้อ ตกมื้อละไม่ถึง ๒๐ บาท เป็นเวลา ๑๐ ปีติดต่อกัน มาปีนี้ได้รับงบเพิ่มขึ้น ๓ บาท เท่ากับเพิ่มเพียงมื้อละ ๑ บาท หรือเท่ากับได้ค่าอาหารมื้อละ ๒๐ บาทเท่านั้น ซึ่งไม่เพียงพอกับการจะซื้ออาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการให้กับผู้สูงอายุ จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลเพิ่มงบให้ซื้อไข่ได้สัก ๒ ฟอง/วัน ก็จะทำให้ผู้สูงอายุได้รับอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการมากขึ้น๒. ผู้สูงอายุที่มาขอรับบริการอยู่ในศูนย์ฯ จำนวนประมาณ ๑ ใน ๓ เป็นผู้ป่วยติดเตียง จึงควรมีอัตราพยาบาลวิชาชีพดูแล ไม่ใช่ให้ข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ที่ไม่ได้รับการศึกษามาด้านนี้เป็นผู้ดูแล นอกจากนี้ เมื่อมีผู้ป่วยติดเตียงจำนวนมาก จำเป็นต้องใช้แพมเพิร์สมากตามไปด้วย แต่ไม่สามารถตั้งงบประมาณจัดซื้อได้ เพราะเป็นวัสดุสิ้นเปลือง จึงควรแก้ไขให้สามารถเบิกจ่ายได้โดยสะดวก เพราะต้องใช้ทุกวัน๓. ในศูนย์ผู้สูงอายุฯ จะมีผู้สูงอายุถึงแก่กรรมตามอายุขัย ยกตัวอย่างศูนย์ผู้สูงอายุจังหวัดนครพนม ถึงแก่กรรมเฉลี่ยเดือนละ ๑ คน พม. จึงควรสนับสนุนการจัดการศพ และการประกอบพิธีทางศาสนาแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติให้ทันกับการประกอบพิธีทางศาสนาดังกล่าวทั้งนี้ จำนวนผู้สูงอายุที่มาใช้บริการของ พม. จำนวน ๑๒ แห่งในปัจจุบันมีไม่ถึง ๑,๕๐๐ คน เมื่อพิจารณาในภาพรวมเห็นได้ว่า รัฐบาลใช้งบประมาณสนับสนุนไม่มากนัก ดังนั้น เมื่อมีการปรับลดงบประมาณในภาพรวมของทุกกระทรวง รัฐบาลควรให้ความสำคัญกับการดูแลผู้สูงอายุด้วยการจัดงบประมาณสนับสนุนศูนย์ผู้สูงอายุทั้ง ๑๒ แห่ง ให้เพียงพอกับการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในระยะยาว ซึ่งขณะนี้ประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ พม. ควรประสานกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ทำงานเชิงรุกด้วยการสนับสนุนให้ชุมชน ท้องถิ่น มีความเข้มแข็งในตนเองในการดูแลผู้สูงอายุในตำบล หมู่บ้าน เช่น ให้มีศูนย์ผู้สูงอายุ ที่สามารถฝึกอาชีพ ประกอบอาชีพ ตามสภาพร่างกายมีนันทนาการ ดนตรี กีฬา อุปกรณ์สำหรับออกกำลังกาย และมีการตรวจสุขภาพประจำปี ก็จะสามารถช่วยลดจำนวนผู้สูงอายุที่จะมาใช้บริการของ พม.ลง ยกเว้นผู้สูงอายุอนาถาที่ไร้ญาติขาดมิตร ที่ พม.จะต้องดูแลให้ครบวงจรอย่างมีคุณภาพ.

Related posts
“ศุภจี” ไม่กังวล ศาล รธน. รับคำร้อง พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ชี้ รัฐบาลพยุงเศรษฐกิจโตต่อเนื่อง
รัฐบาลจับมือยูนิลีเวอร์ลดราคาสินค้ากว่า 700 รายการ ช่วยประชาชนลดค่าครองชีพ
คมนาคมรุกหนักดัน “เศรษฐกิจเมืองรอง” หารือสมาคมสายการบินฯ เพิ่มเที่ยวบินสู่ภูมิภาค
รัฐบาลคิดหนัก ทุ่มซื้อลิขสิทธิ์บอลโลก 1,700 ล้าน “ภราดร” ชี้ ต้องประเมินความคุ้มค่า
การรถไฟฯ แจงปม คนขับรถไฟไม่มีใบอนุญาต เตรียมสอบเพิ่ม “ช่างเครื่อง”
ปมคนขับรถไฟฉี่ม่วง ผกก.สน.มักกะสัน ให้รอผลชัดเจนวันพรุ่งนี้ ก่อนแจ้งข้อหาเพิ่ม