ก้าวไกลหลังพิงฝาข้อหากัดกร่อนบ่อนเซาะ : บนเดิมพันล้มล้างคือปฏิรูป

นับเป็นขุนพลสำคัญของพรรคก้าวไกลที่ถูกวางตัวเป็นแม่ทัพใหญ่อีกคน โดดเด่นด้านเศรษฐกิจ ถูกวางตัวให้เล่นเป็นกองกลางหรือ “ลิเบอโร่” รับส่งข้อมูลระหว่างพรรคกับการทำงานของ สส.ในสภาฯ เพื่อเปิดเกมทางการเมืองใหม่ฉายา “ครูไหมใจร้าย” จากคาแรกเตอร์พูดตรงไปตรงมา ช่วงทำหน้าที่เป็นหัวหน้าทีมสอบคัดเลือกผู้อภิปราย ซ้อม สส.ผู้อภิปรายเหมือนสอบวิทยานิพนธ์ก่อนขึ้นเวทีชำแหละรัฐบาลวันนี้ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) และ ๑ ใน ๔๔ สส.ที่เคยร่วมลงชื่อเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ฉายภาพให้เห็นสภาพภายในพรรค ก.ก.หลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยชี้ “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์-พรรคก้าวไกล” แก้ ม.๑๑๒ ล้มล้างการปกครอง เพราะเซาะกร่อนบ่อนทำลายสถาบันโดยเจตนาtt ttสส.สมัยแรกอาจมีผิดหวัง เสียใจ แต่เท่าที่พูดคุยกำลังใจดีเต็มเปี่ยมทุกคน รวมถึงคณะกรรมการบริหารพรรค สส.ที่อยู่ในกลุ่ม ๔๔ คน เข้าชื่อเสนอร่าง พระราชบัญญัติแก้ไขมาตรา ๑๑๒ ก็พูดคุยให้กำลังใจกันและกัน ไม่มีใครถึงขั้นเสียขวัญ หมดกำลังใจเพราะคดีนี้พอคาดการณ์ออกมาในรูปแบบไหนได้บ้าง ไม่ได้เซอร์ไพรส์ขนาดนั้น แต่เซอร์ไพรส์เหมือนกันที่คำวินิจฉัยที่ออกมารุนแรงในระดับนี้ปูทางไปสู่คดียุบพรรคในอนาคตได้โดยแทบไม่ต้องมีร่างคำร้องใหม่ ใช้คำวินิจฉัยได้ทันที อันนี้ยิ่งทำให้กระบวนการเตรียมการต่างๆไว้ล่วงหน้ายิ่งกระชั้นขึ้นมาอีกนิดการต่อสู้ทางการเมืองนับจากนี้ไปของพรรค ก.ก.เป็นแบบสู้ไปถอยไปหรือสู้แบบเต็มแม็ก เพื่อสื่อสารให้ประชาชนทั้งประเทศได้เห็น น.ส.ศิริกัญญา บอกว่า สเต็ปแรก สส.กลับไปหาประชาชน เพื่อสร้างขวัญกำลังใจก่อนเพราะหลายคนคงมีปฏิกิริยาต่างๆ หลังมีคำวินิจฉัยออกมา มีทั้งผิดหวัง เสียใจ เราไม่อยากให้ผู้สนับสนุนสมาชิกพรรคหรือประชาชนที่เลือกเราหมดหวัง ต้องจับมือกันให้แน่น จับมือกันและเดินหน้าต่อไปสเต็ปต่อไปเตรียมการมีพรรคการเมืองใหม่ความจริงได้เตรียมก่อนล่วงหน้าไว้เป็นยานพาหนะใหม่พา สส.พรรค ก.ก.เดินหน้าทำงานเพื่อประชาชน“การจดจัดตั้งพรรคใหม่ รวบรวมสมาชิก อาจติดขัดเงื่อนเวลา ต้องดูเงื่อนเวลาทำได้มากน้อยแค่ไหน ดูออปชันที่เหลือทำแบบไหนได้บ้างอาจเป็นกรณีคล้ายตอนสมัยพรรคอนาคตใหม่หรือไม่ ไปดูพรรคการเมืองที่มีอยู่แล้ว แทนที่เริ่มจดตั้งพรรคการเมืองใหม่อย่างที่บอกคำวินิจฉัยที่ออกมาแบบนี้ กระบวนการต่างๆอาจรวดเร็วทันใจมากทำให้เหลือออปชันน้อย”อีกสเต็ปหลังมีผู้ไปยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้ไต่สวน ๔๔ สส.พรรค ก.ก. ฐานฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง กรณีเข้าชื่อเสนอร่าง พระราชบัญญัติแก้ไขมาตรา ๑๑๒ยังมีเวลาเตรียมต่อสู้คดีเต็มที่มีแนวทาง และข้อมูลหลักฐานต่อสู้คดีได้แน่นอน ตามกระบวนการใช้ระยะเวลานาน ไม่รวดเร็วเท่ากรณียุบพรรค และต้องรอคำวินิจฉัยตัวเต็มออกมาก่อน ถึงมีคำตอบว่ามีสเต็ปอื่นๆอีกหรือไม่รวมไปถึงเริ่มฟูมฟักแกนนำรุ่นใหม่ขึ้นมาแทนในกรณีเกิดเหตุการณ์ที่เวิสต์ เคส ซีนาริโอ (Worst Case Scenario) เกิดเหตุไม่คาดฝัน สส.ทั้ง ๔๔ คนถูกตัดสิทธิทางการเมืองด้วยเช่นกัน แต่ยังเชื่อมั่น ๔๔ สส.ไม่มีความผิด และไม่ถูกตัดสิทธิทางการเมือง“ทุกวันนี้โดยที่ไม่ได้ตั้งใจ เราพยายามปั้นดาวดวงใหม่ๆ ขึ้นมาตลอดเวลา ผ่านเวทีอภิปรายในสภาฯ ดังนั้นไม่ได้กังวลเรื่องนี้มากถ้าถูกยุบพรรค และ ๔๔ สส.ต้องหายไปอีก พรรคใหม่ที่มี สส.หน้าใหม่เหล่านี้ ยังคงดำเนินการขับเคลื่อนอุดมการณ์ แนวคิด วิธีการทำงานแบบก้าวไกลต่อไปได้ ทำได้แน่นอน ไม่มีปัญหา”โดยเดินหน้า ๒ ภารกิจ และ ๔ ยุทธศาสตร์ที่วางเอาไว้ มีบางส่วนอาจกระทบแน่นอน เช่น ยุทธศาสตร์สร้างพรรคต่อให้ขยายตัวใหญ่ขึ้น คราวนี้อาจกลายเป็นสร้างพรรคใหม่แทนงานในสภาฯ การทำหน้าที่ฝ่ายค้านเชิงรุก อันนี้ไม่มีปัญหา ยังเดินตามแผนได้ปกติ ถึงแม้แกนนำหรือหัวหน้าทีมที่เคยทำเรื่องเดิมๆ หายไป แต่เรามีตัวตายตัวแทนหากเกิดเหตุไม่คาดฝัน ๔๔ สส.ถูกตัดสิทธิทางการเมือง และพรรค ก.ก.ถูกยุบ สมาชิกหลายคนมองว่า “ยิ่งตียิ่งโต” น.ส.ศิริกัญญา บอกว่า ขอมองย้อนกลับไปสมัยพรรคอนาคตใหม่ถูกกระทำ วันนั้นทุกคนพูดกันว่า “มันจบแล้วอนาคตใหม่”ปิดประตูแห่งโอกาสกลับมาเป็นพรรคการเมืองที่เป็นความหวังของประชาชน แต่ในความเป็นจริงยังกลับฟื้นคืนมา บนถนนแห่งความยากลำบาก และเหนื่อยมาก๓ ปีผ่านไปพรรค ก.ก.กลายเป็นเสียงตอบรับยิ่งตียิ่งโต เพราะได้พิสูจน์ตัวเองในสภาฯ และสนามเลือกตั้งใหญ่ครั้งที่ผ่านมา กลายเป็นพรรคที่ได้ สส.มากที่สุดในสภาฯส่งสัญญาณยิ่งถูกกระทำยิ่งเติบโตฉะนั้น เลือกตั้งใหญ่ครั้งต่อไป มีความเป็นไปได้ที่พรรค ก.ก.จะเป็นอันดับหนึ่งอีกครั้ง และได้คะแนนเสียงท่วมท้นพรรค ก.ก.ปรับกลยุทธ์แนวทางแก้ ม.๑๑๒ ตามกระบวนการนิติบัญญัติอย่างไร น.ส.ศิริกัญญา บอกว่า เริ่มพูดคุยถึงแนวทางแก้ไขกันบ้างแล้ว ออกแนวไหนได้บ้างแต่ในคำวินิจฉัยยังกำกวม เช่น “ดำเนินการโดยกระบวนการนิติบัญญัติโดยชอบ” รอคำวินิจฉัยฉบับเต็ม อาจมีรายละเอียดที่สามารถทำให้เข้าใจว่าดำเนินการแบบไหนถึงจะชอบtt ttพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ระหว่างเผชิญมรสุมลูกใหญ่ พรรค ก.ก.จะประชุมใหญ่ สมัยสามัญ เดือน เมษายนนี้ ยังคงวางตัวนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค กลับมาเป็นแม่ทัพใหญ่อีกครั้งหรือไม่ น.ส.ศิริกัญญา บอกว่า ขึ้นอยู่กับคดีสิ้นสุดเมื่อไหร่ถ้าไม่มีการยุบพรรคก็เสนอชื่อนายพิธา กลับมาเป็นหัวหน้าพรรคอีกครั้ง ถ้ายุบพรรคก่อนช่วงเดือน เม.ย. เดือน พฤษภาคมเป็นต้นไปคงเป็นกรณีของพรรคใหม่ ตอนนั้นนายพิธา ลงไม่ได้แล้ว หรือถ้าใช้เวลาพิจารณาคดียุบพรรคเกิน ๓ เดือน มีโอกาสที่นายพิธากลับมาเป็นหัวหน้าพรรคอีก“มีข้อมูลหลักฐานพร้อมเพียงพอ ตั้งแต่ตัดสินคดีล้มล้างการปกครอง ไม่ต้องไต่ส่วนเพิ่ม ทุกอย่างอาจเกิดขึ้นเร็วและนายพิธากลับมานำทัพอีกครั้งหนึ่ง”เตรียมส่งสัญญาณถึงชนชั้นนำอย่างไร น.ส.ศิริกัญญา บอกว่า กำลังปรึกษาหารืออยู่ถึงวิธีการผ่านกระบวนการยุติธรรมอื่น ที่ทวงคืนความเป็นธรรมกลับมาแต่รอให้คำวินิจฉัยฉบับเต็มออกมาก่อนถึงเดินหน้าต่อเพื่อส่งสัญญาณให้ชนชั้นนำว่าเราไม่ได้อยู่นิ่งเป็นเบี้ยให้ถูกทำร้ายได้ง่ายๆทีมยุทธศาสตร์พรรค ก.ก.ประเมินมรสุมลูกใหญ่ที่เผชิญ แสดงให้เห็นชนชั้นนำไม่ไว้วางใจพรรค ก.ก.อย่างไร น.ส.ศิริกัญญา บอกว่า เป็นปัญหาที่ไม่ได้ส่งผลเฉพาะกับ พรรคการเมือง และพรรคการเมืองอื่นที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตเท่านั้น แต่มันส่งผลต่อภูมิทัศน์การเมืองไทยในหลายเรื่อง“ถ้ากรณีชนชั้นนำทำสำเร็จ ทำให้พรรคการเมืองเชื่อง ทำให้มวลชนเชื่อง ทำให้ทุกอย่างหมอบศิโรราบไปหมดทุกอย่างครั้งนี้ทำถึงขนาดนี้ แต่ยังทำไม่สำเร็จ มันจะกลายเป็นกระแสตีกลับที่รุนแรงเกิดขึ้นตามมาได้เช่นเดียวกัน ไม่ได้หมายถึงประชาชนลงถนนหรือลุกขึ้นมาประท้วงแต่ความรู้สึกที่คับข้องคับแค้นใจ แม้เป็นพรรคการเมืองเดียวที่พยายามสะท้อนสิ่งที่ประชาชนคิด-ฝัน-หวัง ยังถูกทำลาย”อาจกลายเป็นชนวนความขัดแย้งครั้งต่อไปทำให้ประชาธิปไตยของไทยไม่ถึงฝั่งฝันสักทีและเดิมพันสูงมากที่ชนชั้นนำตัดสินใจในครั้งนี้.ทีมการเมืองคลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม