หอการค้านครพนม เล็งเสนอนายกฯ เศรษฐา ปั้นเป็นเมืองหลักเที่ยวสายมู วัฒนธรรมชุมชน

16 ก.พ. 2024
46

หอการค้านครพนม เตรียมรับนายกฯ เศรษฐา ชูหนุนเป็นจังหวัดท่องเที่ยวเส้นทางสายมู ดูวัฒนธรรมอาชีพภูมิปัญญาชาวบ้าน พัฒนาการสร้างอาชีพและรายได้ชุมชน เน้นเป็นเมืองหลักแห่งการท่องเที่ยวพักผ่อนเชิงธรรมชาติ ที่มีการดูแลสิ่งแวดล้อมตามมาตรฐานเมื่อวันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ นายธนพัต ทีฆธนานนท์ หรือเสี่ยบิ๊ก ประธานหอการค้าจังหวัดนครพนม เปิดเผยว่า ในโอกาสที่ นายกเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี จะเดินทางลงพื้นที่รับฟังแนวทางการพัฒนา จ.นครพนม ในเรื่องเศรษฐกิจ การค้า การท่องเที่ยว เพื่อยกระดับการพัฒนาเมืองรอง เป็นเมืองหลัก นับว่าเป็นความโชคดีของชาว จ.นครพนม สิ่งสำคัญทุกภาคส่วนจะต้องนำเสนอปัญหา รวมถึงแนวทางการพัฒนาทุกด้าน ในส่วนของหอการค้า จ.นครพนม ได้หารือกับภาคเอกชน และภาครัฐในพื้นที่ เป้าหมายสำคัญ อยากเสนอในเรื่องจุดแข็งของนครพนม คือ เป็นเมืองท่องเที่ยวเส้นทางสายมู ที่เน้นการท่องเที่ยวแบบพักผ่อนกับธรรมชาติสองฝั่งโขง ประธานหอการค้าจังหวัดนครพนม กล่าวต่อว่า นอกจากนี้จะได้เสนอขอให้มีการสนับสนุนงานประเพณีวัฒนธรรมท้องถิ่น ให้มีชื่อเสียงระดับโลก อาทิ งานไหลเรือไฟ งานบวงสรวงพญาศรีสัตตนาคราช รวมถึงงานประเพณีของชนเผ่า ทั้ง ๑๒ อำเภอ เพื่อดึงดูดประชาชน นักท่องเที่ยว ให้เข้ามาในพื้นที่มากขึ้น รวมถึงดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ เป็นการเพิ่มมูลค่าการท่องเที่ยว นายธนพัต กล่าวอีกว่า ภาพรวมการส่งเสริมการท่องเที่ยวจะต้องไม่กระจุกในพื้นที่อำเภอเมือง หรืออำเภอหนึ่งอำเภอใด ทางหอการค้านครพนม จึงได้จัดทำแผนปฏิทินการท่องเที่ยวในชื่อ ๑ อำเภอ ๑ จุดท่องเที่ยว เพื่อให้ประชาชน นักท่องเที่ยว สามารถเที่ยวชมได้ทุกวัน หรือตลอดทั้งปี ไม่ต้องรอเทศกาลสำคัญ อีกทั้งยังได้เล็งการส่งเสริมการพัฒนาอาชีพ สินค้าภูมิปัญญาชาวบ้านขึ้นชื่อของแต่ละอำเภอ เป็นการยกระดับการผลิต เพิ่มมูลค่า เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยว เมื่อได้ท่องเที่ยวเส้นทางสายมู ยังได้ซื้อชมผลิตภัณฑ์ชุมชนอีกด้วย ประธานหอการค้าจังหวัดนครพนม กล่าวด้วยว่า ที่สำคัญขาดไม่ได้ จ.นครพนม จะต้องมีการพัฒนาเรื่องมาตรฐานการดูแลสิ่งแวดล้อม มีจุดกำจัดขยะที่มาตรฐาน ไม่กระทบชุมชน รวมถึงระบบบำบัดน้ำเสีย เนื่องจากปัจจุบันยังมีปัญหาเรื่องของการกำจัดน้ำเสีย ก่อนระบายลงสู่น้ำโขง ทั้งนี้ภาพรวมจะต้องเป็นเมืองหลักเส้นทางสายมู ที่มาท่องเที่ยวท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงาม และมีมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขภาพอีกด้วย เชื่อว่าหากรัฐบาลสนับสนุน จะส่งผลให้ตัวเลขเศรษฐกิจการท่องเที่ยว เพิ่มขึ้น ๒-๓ เท่าตัวอย่างแน่นอน.