วันจันทร์, 22 เมษายน 2567

วิเคราะห์การเมือง : ลุยต่อแม้เสียทรงผู้นำ

เส้นทางอำนาจหักเหเข้าสู่บ้านจันทร์ส่องหล้าตามธรรมชาติของความรู้สึก และความเป็นจริง ไม่เฉพาะแค่ประเทศไทยแต่ยังรับรู้ไปถึงเพื่อนบ้าน สมเด็จอัครมหาเสนาบดี เดโช ฮุน เซน หรือสมเด็จฮุน เซน ประธานองคมนตรี กัมพูชา ยังต้องมาเยือนเยี่ยมเยียนอาการป่วยเพื่อนเก่าอย่างนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่ได้รับการพักโทษ ท่ามกลางข้อกังขามีวาระอื่นใด แม้จะบอกว่าไม่มีเรื่องการเมือง ก็ยังไม่กล้าเชื่อ สมเด็จฮุน เซน๑๔–๑๕ มี.ค. “อุ๊งอิ๊งค์” แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เตรียมนำคณะกรรมการบริหารพรรคไปเยือนกัมพูชา ตามคำเชิญของสมเด็จฮุน เซน ประธานองคมนตรี และหัวหน้าพรรคประชาชนกัมพูชากระชับความสัมพันธ์แฝงนัยยกระดับพรรคการเมืองของทั้ง ๒ ฝ่ายแต่ประเด็นที่ฝ่ายต่อต้านจับตาพยายามคุ้ยเขี่ยคือพื้นที่ทับซ้อนทางทะเล ที่ยังตกลงกันไม่ได้สักทีอดีตทนายส่วนตัว นายนพดล ปัทมะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ต้องรีบมาออกตัวก่อนเลย นายทักษิณกับสมเด็จฮุน เซน ไม่ได้คุยกันเรื่องพื้นที่ทับซ้อนทางทะเล เพราะมีกรรมการรับผิดชอบชัดเจน ก้าวก่ายไม่ได้หวั่นโดนจุดประเด็นให้ทัวร์ลงฟรี ฝ่ายต่อต้านจ้องเขม็งอยู่แล้วปัญหาข้อพิพาท ๒ ฝ่ายคาราคาซังอยู่ เพราะเอาเรื่องปักปันเขตแดนไปพันกับเรื่องแบ่งปันใช้ทรัพยากรไม่ใช่ใครฝ่ายเรานี่ล่ะที่มัวแต่สร้างวาทกรรมคลั่งชาติ ไม่ยอมเสียดินแดนแม้ตารางนิ้วเดียว ทั้งที่ยังไม่มีประเด็น มันเลยไม่จบเสียทีคนหวังดี เข้าใจโลกพยายามแยกส่วนคุยเฉพาะเรื่องแบ่งผลประโยชน์ ขุดเจาะน้ำมันมาใช้ เพราะหากไม่เร่งทำตอนนี้ โลกอนาคตไม่ใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิงแล้ว จะเสียหายเท่าไหร่ มาสำนึกตอนนั้นคงไม่ทัน นพดล ปัทมะไหนๆก็ไหนๆ รัฐบาลเพื่อไทยก็อาศัยความสัมพันธ์ที่ดีไปแผ้วทางไว้ก่อน สร้างประโยชน์ชาติฟาดเครดิตไปเลย“อุ๊งอิ๊งค์” ได้จังหวะโชว์ศักยภาพว่าที่ผู้นำประเทศในอนาคตด้วยบารมีบ้านจันทร์ส่องหล้าเฉิดฉายมากขึ้น สวนทางกับทำเนียบรัฐบาลเหมือนตะวันกำลังตกดินปมนายกฯ ๒–๓ คน ถูกหยิบมาด้อยค่า “นายกฯนิด” นายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯและ รัฐมนตรีว่าการคลัง ไม่เว้นวัน เป็นมนุษย์ไม่ใช่พระอิฐพระปูนต้องรู้สึกกันบ้างตอบคำถามนี้แทบทุกวัน และเหตุการณ์ตรงหน้ามันก็ตอกย้ำชัดเจนถนนทุกสายมุ่งสู่บ้านจันทร์ส่องหล้า บรรดารัฐมนตรีแห่แหนกันไปจน “นายกฯนิด” ต้องออกมาบอกเองว่าอนุญาตให้รัฐมนตรีสามารถเข้าหานายเก่าได้พยายามสื่อสารให้เห็นความใจกว้างเป็นคนไฟเขียวให้เสนาบดีไปพบนายใหญ่บ้านจันทร์ส่องหล้า ตามธรรมเนียมสังคมไทยแต่เจตนาแฝงของรัฐมนตรีแต่ละคนชั่วโมงนี้คือหวังได้ดิบดีรักษาเก้าอี้รัฐมนตรีหรือมีตำแหน่งใหญ่ขึ้นเพราะกลิ่นปรับ คณะรัฐมนตรีโชยเตะจมูกชัดขึ้นทุกที รัฐบาลทำงานมา ๕-๖ เดือนแล้ว งบฯก็กำลังจะออกในจังหวะที่รัฐบาลต้องเร่งปั่นงาน ดังนั้นยังไงก็ต้องปรับโฉมหน้า คณะรัฐมนตรีให้ดูดีแน่ ขืนใช้ชุดเดิม ความรู้สึกมันไม่ได้น่าเห็นใจ “นายกฯนิด” ถูกมองข้าม แต่ก็เป็นเรื่องที่ต้องทำใจยอมรับ เพราะขาลอยไม่มีฐานการเมือง แพทองธาร ชินวัตรน่าห่วงใยจับตามากกว่าคืออำนาจเชิงบริหารที่รัฐบาลต้องการผลงานเร่งด่วน หากยังเกิดอาการเครื่องรวนบ่อยๆ เช่น กรณีรัฐมนตรีงัดข้อขัดแย้งกันแต่นายกฯสยบไม่ลง คงเสียทรงแน่แต่เหนืออื่นใดหากจะเกิดอุบัติเหตุ หรือความผิดพลาดอะไร มันจะเกิดจากสนิมเนื้อใน ฝีมือตัวเองมากกว่าปัจจัยภายนอกเป็นเพียงของปลอม แต่โหมกระพือกันหนักข้อข่าวลือทวงดีลลับ ปล่อยข่าวเปลี่ยนตัวนายกฯก่อน สว.หมดวาระเดือน พ.ค. มันดูยากเกินไป แม้จะเห็นอาการใจบันดาลแรงของบางคนกลับมาอีกครั้ง แต่ก็เป็นแค่ความอยากของบางกลุ่ม บางพรรคเท่านั้นไม่ได้มาจากภายในพรรคเพื่อไทย หรือในรายของ “อุ๊งอิ๊งค์” แน่ เพราะเปลี่ยนตัวนายกฯตอนนี้ไม่ได้ส่งผลบวกอะไร ทั้งยังเสียหายมากกว่าแม้รัฐบาลจะมีเสียงทะลุ ๓๐๐ เสียง แต่ในใจกลับรู้สึกว้าเหว่ วาบหวิวไม่ปลอดภัยเพราะเป็นรัฐบาลปันอำนาจ ถูกจับมัดด้วยเงื่อนไขผลประโยชน์ เพื่อไทยยังอยู่ในเขตแดนตัวประกันเป็นแกนนำแต่ไม่สามารถสั่งการเบ็ดเสร็จ หนำซ้ำยังถูกบีบมากกว่ายังไม่เห็นโอกาสทำแต้มบวก เห็นแต่แนวโน้มแต้มลบทรงไม่ดี ไม่เหมาะเปลี่ยนตัว ปล่อยให้ “นายกฯนิด” ลุยต่อไปยาวๆ.ทีมข่าวการเมืองคลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม