วันจันทร์, 22 เมษายน 2567

เจ้าชายแฮร์รี่แพ้คดี ยื่นคัดค้านถูกลดระดับการอารักขาในสหราชอาณาจักร

เจ้าชายแฮร์รี่แพ้คดี ที่ทรงยืนคัดค้าน กรณีถูกลดระดับการอารักขาหลังถอนตัวจากการเป็นเชื้อพระวงศ์ชั้นสูง โดยศาลระบุว่าไม่พบความไม่เป็นธรรมใดๆ ในการตัดสินใจดังกล่าวสำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ศาลสูงสหราชอาณาจักรมีคำตัดสินในวันพุธที่ ๒๘ ก.พ. ๒๕๖๗ ให้เจ้าชายแฮร์รี่ แพ้คดีที่ทรงยื่นคัดค้าน การตัดสินใจลดระดับการรักษาความปลอดของพระองค์ ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากพระองค์ตัดสินใจถอนตัวจากการเป็นสมาชิกชั้นสูงของราชวงศ์ และยุติการปฏิบัติพระกรณียกิจของราชวงศ์ในปี ๒๕๖๓การลดระดับการรักษาความปลอดภัยของเจ้าชายแฮร์รี่เป็นการตัดสินใจของ คณะกรรมการบริหารเพื่อการปกป้องสมาชิกราชวงศ์และบุคคลสำคัญ (RAVEC) ซึ่งมีสมาชิกประกอบด้วยผู้แทนจากกระทรวงมหาดไทย, ตำรวจกรุงลอนดอน และสำนักพระราชวังเจ้าชายแฮร์รี่ยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อโต้แย้งว่า พระองค์ถูกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม ในการลดระดับความคุ้มครองจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ เนื่องจากพระองค์ยังคงเผชิญภัยคุกคามอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงการคุกคามจากปาปารัซซี่ในหลายแหตุการณ์ เช่นดักรอที่งานประกาศรางวัลในกรุงลอนดอนปี ๒๕๖๔ และขับรถไล่ตามในนิวยอร์กเมื่อ พ.ค. ๒๕๖๖อย่างไรก็ตาม ผู้พิพากษาศาลสูงระบุว่า ไม่มีการทำผิดกฎหมายหรืออะไรก็ตามที่อาจเรียกได้ว่าไม่มีเหตุผล ในการตัดสินใจเปลี่ยนแปลงระดับการรักษาความปลอดภัยของเจ้าชายแฮร์รี่ในเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ หรือต่อให้มีความไม่เป็นธรรมใดๆ ในกระบวนการ ก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงผลลัพธ์ที่ออกมาด้านทนายความของเจ้าชายแฮร์รี่ระบุว่า ลูกความของเขาจะยื่นอุทธรณ์คัดค้านคำตัดสิน และย้ำว่า ดยุคแห่งซัสเซกซ์ ไม่ได้เรียกร้องการปฏิบัติเป็นพิเศษ แต่ต้องการโต้แย้งว่ามีความไม่เป็นธรรมในการตัดสินใจเกี่ยวกับความคุ้มครองของพระองค์เท่านั้นทั้งนี้ หลังจากเจ้าชายแฮร์รี่ยุติการปฏิบัติพระกรณียกิจของราชวงศ์และย้ายไปอยู่ในสหรัฐฯ พระองค์ก็ไม่ได้รับความคุ้มครองจากตำรวจโดยอัตโนมัติ ในระดับเดียวกับสมาชิกราชวงศ์อีกต่อไป แต่เจ้าหน้าที่จัดตัดสินใจเรื่องการรักษาความปลอดภัยของเจ้าชายแฮร์รี่เป็นกรณีไป แบบเดียวกับบุคคลสำคัญคนอื่นๆ ที่มาเยือนสหราชอาณาจักรเมื่อเดือนพฤษภาคม ๒๕๖๖ ศาลสูงกรุงลอนดอนปฏิเสธคำร้องของเจ้าชายแฮร์รี่ ที่ต้องการใช้เงินส่วนพระองค์จ้างให้หน่วยงานตำรวจจัดกำลังเจ้าหน้าที่ไปคุ้มครองพระองค์ตอนอยู่ในสหราชอาณาจักร โดย RAVEC ระบุว่า เป็นการไม่เหมาะสม หากจะรับเงินจากบุคคลร่ำรวยที่อาจจะ “ซื้อ” การรักษาความปลอดภัยจากตำรวจRAVEC บอกอีกว่า การรักษาความปลอดภัยให้กับบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ไม่ได้เป็นประโยชน์ของสาธารณะ ในแง่ของการใช้เงินทุนที่มาจากภาษีของประชาชนติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreignที่มา : bbc