Monday, 17 June 2024

Anonymous memories from His Majesty’s dreams to what King Mongkut

02 May 2024
208

Anonymous memories from His Majesty’s dreams to what King Mongkut
If you have ever attended a study tour or participated in an Open House activity at the National Museum Central Treasury An eye drive resembling a revolver stood out in front of a mirror in a treasury of antiques and metal objects. This metal has an efficiency of 139, according to the external antiquities registration data. “The chicken crown brand revolver type machine gun made from galvanized fish. The bottom is the image of the lion’s face of Phra Reverend Chom Klao Chao Yu Hua. His Royal Highness initiated the work from there. The Ministry of the Palace supports the Fine Arts Department.”
A distinctive feature of this piece is the gun top frame near the rear center above the revolver. It is not necessary to see the receiver of the King Mongkut’s seal in the flat frame and confirms the history and determination of its age. Opening the fish shaped bird The reason is that it was originally considered a characteristic of the source imported from Holland, used as a gun handle. (Dolphin handle) But the system is mostly fixed and will be decorated in…
Above the gun scope there is also a letter stating “Lepage Feres” (pronounced Lepage Feres). After further research, it was found to be the name of a manufacturing company that confirmed the first registration on rue d’Enghien, Nakhon Luang. Trading since 1857, the company primarily manufactures control systems, but primarily pistols and revolvers, focusing on key trademarks including the initials L.F. and the lion emblem. which trademarks will always be viewed A panel of gun products manufactured by various companies. These include the image of a lion on the butt of the gun possibly being found to have a trademark…
When examining the evidence of the document, it was found that according to the book of the Twelve Months Ceremony in the order of the writings of King Rama V, an article in which the legend of the gun was inspired by a dream during the reign of King Rama IV, once at the end of the reign of His Majesty the King. His head dreamed of the gun a little and he could fire several shots at a time directly to see the gun being created. He dreamed of it and said it was an onion that he dreamed of but could fire many shots at once and gave emphasis to His Majesty’s dream inspiration but Since the gun was still being made, it didn’t have to be important to have it there and to continue to produce it. The loudness that goes on to say: “Phra Saeng Gun, like he was dreaming, the trumpet ordered again until he could only It just came right away to celebrate the name.”
Most of the records from the diaries, the history of antiquities, the search for more information about the local small intestine that was known as inspired by His Majesty the King’s dream, are considered to be additional orders from the Lepage Frères company, however, but most were not opened in time. This dish is served because the reign will be over before it arrives.

ปืนใหญ่นิรนาม จากพระสุบินสู่จินตนาการของพระจอมเกล้าฯ

หากท่านเคยได้เข้าศึกษาดูงาน หรือร่วมกิจกรรม Open House ของคลังกลางพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ คงจะคุ้นตาปืนใหญ่กระบอกหนึ่งลักษณะคล้ายปืนลูกโม่ตั้งโดดเด่นอยู่หน้ากระจกห้องคลังโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ ประเภทโลหะ ปืนใหญ่ชิ้นนี้มีความยาว ๑๓๙ เซนติเมตร ตามข้อมูลทะเบียนโบราณวัตถุระบุว่าเป็น “ปืนกลชนิดลูกโม่ ตรามงกุฎ นกสับทำเป็นรูปปลา พันท้ายรูปหน้าสิงห์โต พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชดำริสั่งให้สร้างขึ้นจากประเทศฝรั่งเศส ภายหลังกระทรวงวังมอบให้กรมศิลปากร”

ลักษณะเด่นของปืนใหญ่ชิ้นนี้ คือ โครงปืนด้านบนใกล้ศูนย์หลังเหนือลูกโม่ ปรากฏพระราชลัญจกรประจำพระองค์พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวในกรอบสามเหลี่ยม อันเป็นสิ่งยืนยันประวัติและการกำหนดอายุสมัยได้เป็นอย่างดี ขณะที่นกสับรูปปลาแท้จริงคือปลาโลมาที่แต่เดิมถือเป็นลักษณะเฉพาะของปืนใหญ่ที่นำเข้าจากฮอลันดา ใช้เป็นหูจับยกปืน (Dolphin handle) แต่ภายหลังเข้าใจว่าคงนำมาประดับโดยทั่วไป

นอกจากนี้ เหนือลำกล้องปืนยังปรากฎอักษรระบุข้อความว่า “Lepage Feres” (อ่านว่า เลอปาจ แฟร์) เมื่อสืบค้นเพิ่มเติมพบว่าเป็นชื่อบริษัทผลิตอาวุธ ที่ตั้งอยู่บนถนน rue d’Enghien นครหลวงปารีส ประเทศฝรั่งเศส มีการจดทะเบียนการค้าตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๐๐ (ค.ศ. 1857) บริษัทแห่งนี้คงจะผลิตอาวุธหลายชนิด แต่ที่พบมากจะเป็นกลุ่มปืนสั้นและปืนลูกโม่ที่เน้นลวดลายที่สวยงาม เครื่องหมายการค้าสำคัญได้แก่ตัวอักษรย่อ L.F. และตรารูปสิงโต ซึ่งเครื่องหมายการค้าจะปรากฎเสมอบนผลิตภัณฑ์ประเภทปืนที่ผลิตจากบริษัทแห่งนี้ ดังนั้นรูปสิงโตบริเวณพันท้ายของปืนอาจสันนิษฐานว่าเป็นตัวแทนเครื่องหมายการค้าของบริษัทแห่งนี้ได้เช่นกัน

เมื่อสอบทานหลักฐานเอกสาร พบความตามหนังสือพระราชพิธีสิบสองเดือน พระราชนิพนธ์ของรัชกาลที่ ๕ ความตอนหนึ่งซึ่งกล่าวถึงตำนานปืนพระสุบินบันดาลในสมัยรัชกาลที่ ๔ ระบุว่าครั้งหนึ่งเมื่อปลายสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงสุบินถึงปืนอย่างหนึ่งยิงได้ทีละหลาย ๆ นัด จึงได้มีการสร้างปืนขึ้นตามที่ทรงสุบิน แต่เมื่อได้ทอดพระเนตรก็ว่าไม่เหมือนที่ทรงสุบิน แต่ยิงได้หลายนัดคล้ายคลึงกัน และพระราชทานชื่อว่าพระสุบินบันดาล แต่ด้วยความที่ปืนนั้นยังสร้างมาไม่ตรงตามที่พระองค์ได้จินตนาการไว้ จึงมีการสั่งผลิตขึ้นอีกในภายหลัง ดังความที่กล่าวต่อไปว่า “พระแสงปืนอย่างเช่นทรงพระสุบินนั้น ภายหลังก็ทรงสั่งมาอีกจนได้ แต่พึ่งมาถึงภายหลังไม่ทันจะพระราชทานชื่อ”

ดังนั้น จากการตรวจสอบทะเบียนประวัติโบราณวัตถุ ตลอดจนการสืบค้นข้อมูลเพิ่มเติม จึงสันนิษฐานได้ว่าปืนใหญ่กระบอกนี้เป็นปืนใหญ่ที่สร้างขึ้นตามแรงบันดาลใจของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวที่ทรงพระสุบิน คงเป็นการสั่งผลิตเพิ่มเติมในภายหลังจากบริษัท Lepage Frères ประเทศฝรั่งเศส แต่ไม่ทันได้ตั้งชื่อปืนใหญ่กระบอกนี้ เพราะกว่าที่จะถูกนำเข้ามาก็สิ้นรัชกาลเสียก่อนนั่นเอง