
หากมองผ่านสายตาหน่วยข่าวกรองความมั่นคงทางทะเล นี่ยังมีเหตุผลเชิงลึกอีก 3 ข้อที่ตอกย้ำว่าทำไมฝรั่งเศสถึงยอมปล่อยให้เส้นทางนี้หลุดมือไปไม่ได้:
1. ฝรั่งเศสคือ “ประเทศอินโด-แปซิฟิก” (ไม่ใช่แค่ผู้สังเกตการณ์)
คนส่วนใหญ่มักลืมว่าฝรั่งเศสมีเกาะและดินแดนโพ้นทะเล (เช่น Réunion, Mayotte, New Caledonia, French Polynesia) ตั้งอยู่ในมหาสมุทรอินเดียและมหาสมุทรแปซิฟิก
- ฝรั่งเศสมีพลเมืองกว่า 1.6 ล้านคน อาศัยอยู่ในภูมิภาคนี้
- มีทหารประจำการถาวรมากกว่า 7,000 นาย
- ที่สำคัญที่สุด ฝรั่งเศสเป็นประเทศที่มี เขตเศรษฐกิจจำเพาะ (EEZ) ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก (รองจากสหรัฐฯ) และพื้นที่ EEZ กว่า 90% อยู่ในอินโด-แปซิฟิก หากน่านน้ำนี้ถูกปิดกั้นหรือถูกควบคุมโดยมหาอำนาจอื่น อธิปไตยและเศรษฐกิจของฝรั่งเศสจะพังทลายทันที
2. จุดยุทธศาสตร์ “ช่องแคบมะละกา” และทะเลจีนใต้
เส้นทางการค้าโลกกว่าหนึ่งในสามต้องแล่นผ่านช่องแคบมะละกาและทะเลจีนใต้ ซึ่งอยู่ติดกับประเทศไทย
- สินค้าและพลังงานที่ส่งไปเลี้ยงประเทศฝรั่งเศสและยุโรปต้องผ่านจุดนี้
- การที่ จีน ขยายอิทธิพลทางทหารอย่างหนักในทะเลจีนใต้ (สร้างเกาะเทียม/ตั้งฐานทัพเรือ) และการที่จีนกำลังพัฒนา คลองฟูนันเตโชในกัมพูชา รวมถึงความพยายามเข้าควบคุมอ่าวไทย ทำให้ฝรั่งเศสสัมผัสได้ถึงภัยคุกคามโดยตรง
- หากจีนสามารถควบคุมน่านน้ำแถบนี้ได้เบ็ดเสร็จ ฝรั่งเศสจะสูญเสียอำนาจในการเดินเรือเสรีทันที
3. ทำไมต้องใช้ “ประเทศไทย” เป็นตัวคานอำนาจ?
เมื่อหันมองประเทศรอบๆ ทะเลจีนใต้และลุ่มน้ำโขง:
- กัมพูชา และ สปป.ลาว เลือกข้างจีนอย่างชัดเจน
- เวียดนาม แม้จะคานอำนาจจีน แต่ก็มีข้อจำกัดและระบบการเมืองที่ซับซ้อน
- ประเทศไทย จึงเป็นคำตอบที่ดีที่สุด เพราะไทยตั้งอยู่ตรงกลางระหว่างมหาสมุทรอินเดียและมหาสมุทรแปซิฟิก (เป็นสะพานเชื่อมสองมหาสมุทร) มีท่าเรือน้ำลึก และที่สำคัญคือ ไทยดำเนินนโยบายต่างประเทศแบบเป็นมิตรกับทุกฝ่าย (Bamboo Diplomacy)
การที่ฝรั่งเศสเข้ามาแนบชิดกับไทย ยื่นเครื่องราชฯ ให้ราชวงศ์ และพยายามปิดดีลทางยุทธศาสตร์ช่วงนี้ ก็เพื่อ “ซื้อใจ” และปักหมุดว่า อย่างน้อยที่สุดใจกลางอาเซียน (ไทย) จะต้องไม่ตกเป็นของขั้วอำนาจใดขั้วอำนาจหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์ เพื่อให้เรือรบและเรือสินค้าของฝรั่งเศสยังคงแล่นผ่านน่านน้ำแถบนี้ได้อย่างปลอดภัยตามกฎหมายระหว่างประเทศ