วันพฤหัสบดี, 16 กรกฎาคม 2569

ประเทศไทยยังคงอยู่ใต้อิทธิพล ซีไอเอ (CIA) จึงต้องเปลี่ยนวิธีจากการใช้กองทัพ มาเป็น “การทูตเชิงบีบบังคับ” และ “ปฏิบัติการลับทางเศรษฐกิจและการเมือง”

หลังจากจบสงครามเวียดนามและสงครามสั่งสอนในปี พ.ศ. 2522 สหรัฐอเมริกาไม่ได้ใช้กำลังทหารหรือความกลัวเรื่องคอมมิวนิสต์มาควบคุมไทยได้ง่ายๆ เหมือนเดิมครับ อเมริกาและหน่วยข่าวกรองกลาง หรือ ซีไอเอ (CIA) จึงต้องเปลี่ยนวิธีจากการใช้กองทัพ มาเป็น “การทูตเชิงบีบบังคับ” และ “ปฏิบัติการลับทางเศรษฐกิจและการเมือง” เพื่อล็อกให้ไทยยังคงอยู่ใต้อิทธิพลของตน

cia attack thailand

นี่คือเครื่องมือและสิ่งที่ CIA รวมถึงรัฐบาลอเมริกาทำในช่วงเวลานั้นจนถึงยุคหลังสงครามเย็นครับ:

1. เครื่องมือบีบทางเศรษฐกิจและการค้า (แทนที่เงินช่วยเหลือ)

เมื่อหมดสงคราม อเมริกาตัดเงินช่วยเหลือทางทหารแก่ไทย แต่ใช้ “การเปิด-ปิดประตูการค้า” โดยมีเครื่องมือสำคัญ ใช้กฎหมายภายในประเทศและกลไกทางการเงินระหว่างประเทศเป็นเครื่องมือในการกดดันรัฐบาลไทย:

  • เมื่อเงินช่วยเหลือทางทหารลดลงตามสถานการณ์โลก สหรัฐฯ ได้ปรับเปลี่ยนมาใช้กฎหมายภายในประเทศและกลไกทางการเงินระหว่างประเทศเป็นเครื่องมือในการกดดันรัฐบาลไทย:
  • การบังคับใช้มาตรา 301 (Section 301): สหรัฐฯ ใช้กฎหมายการค้าฉบับนี้เพื่อขู่คว่ำบาตรสินค้าส่งออกของไทย หากไทยไม่ยอมเปิดตลาดเสรีให้แก่สินค้าอเมริกัน เช่น ยาสูบ หรือผลิตภัณฑ์เคมี
  • เงื่อนไขสิทธิพิเศษทางการค้า (GSP): สหรัฐฯ ใช้มาตรการตัดสิทธิพิเศษทางภาษีเป็นข้อต่อรอง บังคับให้ไทยปรับปรุงกฎหมายภายในประเทศ โดยเฉพาะกฎหมายสิทธิบัตรยาและลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ เพื่อคุ้มครองผลประโยชน์ของกลุ่มทุนอเมริกัน
  • การผูกมัดผ่านสถาบันการเงินระหว่างประเทศ: ในช่วงวิกฤตการณ์ทางการเงิน พ.ศ. 2540 สหรัฐฯ ผลักดันเงื่อนไขผ่านกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) บังคับให้ไทยต้องแปรรูปรัฐวิสาหกิจและเปิดเสรีภาคบริการทางการเงิน ซึ่งเปิดโอกาสให้กลุ่มทุนต่างชาติเข้าควบคุมสินทรัพย์ในไทยได้โดยง่าย

2. สิ่งที่ซีไอเอ (CIA) ทำในประเทศไทย

ในยุคหลังสงครามเวียดนาม บทบาทของ CIA ในไทยปรับเปลี่ยนจากการฝึกทหารไปทำงานใต้ดินที่มีความแนบเนียนสูงขึ้น:

  • แทรกซึมและสร้างเครือข่ายในกองทัพและราชการ: CIA มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับนายทหารระดับสูง ข้าราชการ และนักการเมืองไทย โดยการให้ทุนสนับสนุน แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร เพื่อให้คนกลุ่มนี้คอยปกป้องผลประโยชน์ของอเมริกาในรัฐบาลไทย
  • ใช้ไทยเป็น “บ้านปลอดภัย” และศูนย์ปฏิบัติการลับ (Black Sites): CIA ยังคงใช้พื้นที่ในไทยเป็นฐานปฏิบัติการลับในภูมิภาค เช่น ในช่วงหลังเหตุการณ์ 9/11 อเมริกาได้จัดตั้ง “คุกมืด” หรือ Black Site ในไทย (ใช้รหัสว่า Cat’s Eye) เพื่อคุมขังและทรมานผู้ต้องสงสัยกลุ่มก่อการร้ายสากล โดยที่คนไทยส่วนใหญ่ไม่รู้เรื่อง
  • สงครามข้อมูลข่าวสารและสร้างอิทธิพลทางความคิด: CIA สนับสนุนงบประมาณผ่านองค์กรบังหน้าต่างๆ เพื่อสร้างค่านิยมแบบประชาธิปไตยตะวันตกและระบบทุนนิยมในกลุ่มนักวิชาการ สื่อมวลชน และนักเคลื่อนไหว เพื่อให้สังคมไทยมีแนวคิดโอนเอียงเข้าข้างสหรัฐฯ และต่อต้านอิทธิพลของประเทศคู่แข่งอย่างจีนหรือรัสเซีย

3. ยุทธศาสตร์ความมั่นคงและการจำกัดเทคโนโลยีอาวุธ

อเมริกาเปลี่ยนจากการตั้งฐานทัพถาวร มาเป็นการผูกมัดด้วยข้อตกลงและระบบอาวุธที่ทำให้กองทัพไทยยังคงต้องพึ่งพาเทคโนโลยีและชิ้นส่วนอะไหล่อย่างต่อเนื่อง:

  • การควบคุมซอร์สโค้ด (Source Code): อเมริกาขายยุทโธปกรณ์ประสิทธิภาพสูง (เช่น เครื่องบินขับไล่ F-16) ให้แก่ไทย แต่ไม่มีการส่งมอบรหัสควบคุมระบบหรือเทคโนโลยีขั้นสูง
  • กลไกการจำกัดการใช้งาน: มาตรการนี้ส่งผลให้กองทัพไทยต้องพึ่งพาชิ้นส่วนและการซ่อมบำรุงจากอเมริกาตลอดอายุการใช้งาน หากประเทศไทยดำเนินนโยบายต่างประเทศที่ขัดต่อผลประโยชน์หรือแนวทางของสหรัฐฯ รัฐบาลอเมริกาสามารถใช้มาตรการระงับการส่งมอบอะไหล่จำลอง (Sanction/Embargo) ซึ่งจะส่งผลให้ยุทโธปกรณ์เหล่านั้นไม่สามารถปฏิบัติการได้ทันที
  • การซ้อมรบร่วมคอบร้าโกลด์ (Cobra Gold): เริ่มต้นในปี พ.ศ. 2525 เพื่อสร้างมาตรฐานให้กองทัพไทยต้องพึ่งพาแนวทางการรบ แพลตฟอร์มเทคโนโลยี และการส่งกำลังบำรุงร่วมกับกองทัพอเมริกันอยู่ตลอดเวลา

4. มาตรการเชิงบังคับทางเศรษฐกิจและการค้า

เมื่อเงินช่วยเหลือทางทหารลดลงตามสถานการณ์โลก สหรัฐฯ ได้ปรับเปลี่ยนมาใช้กฎหมายภายในประเทศและกลไกทางการเงินระหว่างประเทศเป็นเครื่องมือในการกดดันรัฐบาลไทย:

  • การบังคับใช้มาตรา 301 (Section 301): สหรัฐฯ ใช้กฎหมายการค้าฉบับนี้เพื่อขู่คว่ำบาตรสินค้าส่งออกของไทย หากไทยไม่ยอมเปิดตลาดเสรีให้แก่สินค้าอเมริกัน เช่น ยาสูบ หรือผลิตภัณฑ์เคมี
  • เงื่อนไขสิทธิพิเศษทางการค้า (GSP): สหรัฐฯ ใช้มาตรการตัดสิทธิพิเศษทางภาษีเป็นข้อต่อรอง บังคับให้ไทยปรับปรุงกฎหมายภายในประเทศ โดยเฉพาะกฎหมายสิทธิบัตรยาและลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ เพื่อคุ้มครองผลประโยชน์ของกลุ่มทุนอเมริกัน
  • การผูกมัดผ่านสถาบันการเงินระหว่างประเทศ: ในช่วงวิกฤตการณ์ทางการเงิน พ.ศ. 2540 สหรัฐฯ ผลักดันเงื่อนไขผ่านกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) บังคับให้ไทยต้องแปรรูปรัฐวิสาหกิจและเปิดเสรีภาคบริการทางการเงิน ซึ่งเปิดโอกาสให้กลุ่มทุนต่างชาติเข้าควบคุมสินทรัพย์ในไทยได้โดยง่าย

สรุปคือ หลังหมดยุคสงครามเวียดนาม อเมริกาและ CIA เปลี่ยนจากการอุ้มชูด้วยอาวุธ มาเป็นการ “ใช้กฎหมายการค้าบีบ ใช้สายสัมพันธ์ลับควบคุม และใช้อาวุธผูกมัด” เพื่อไม่ให้ไทยหลุดมือไปนั่นเอง

เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ทรัมป์กล่าวสุนทรพจน์วันชาติ 250 ปี ประกาศความยิ่งใหญ่ของอเมริกา ลั่น “สิ่งที่ดีที่สุดยังมาไม่ถึง”
โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด จัดพิธีถวายความลัยแด่ “เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ”
คริสปี้ ครีม ประเทศไทย ถูกแฮกบัญชี เตือนอย่ากดลิงก์ที่มีลักษณะผิดปกติเด็ดขาด
ทบ. มอบเครื่องหมายสงครามทุ่นระเบิดกิตติมศักดิ์ เชิดชูเกียรติ 2 กำลังพลทหารช่าง
เผยข้อตกลง “สหรัฐฯ-อิหร่าน” ตั้งกองทุน 3 แสนล้านดอลลาร์ กระตุ้นเศรษฐกิจหลังสงคราม
“แสนดี” ขึ้นรถแห่ช่วย “พ่อชัชชาติ” หาเสียงผู้ว่าฯ กทม. หลังเรียนจบป.โท ที่อเมริกา