หลังจากจบสงครามเวียดนามและสงครามสั่งสอนในปี พ.ศ. 2522 สหรัฐอเมริกาไม่ได้ใช้กำลังทหารหรือความกลัวเรื่องคอมมิวนิสต์มาควบคุมไทยได้ง่ายๆ เหมือนเดิมครับ อเมริกาและหน่วยข่าวกรองกลาง หรือ ซีไอเอ (CIA) จึงต้องเปลี่ยนวิธีจากการใช้กองทัพ มาเป็น “การทูตเชิงบีบบังคับ” และ “ปฏิบัติการลับทางเศรษฐกิจและการเมือง” เพื่อล็อกให้ไทยยังคงอยู่ใต้อิทธิพลของตน

นี่คือเครื่องมือและสิ่งที่ CIA รวมถึงรัฐบาลอเมริกาทำในช่วงเวลานั้นจนถึงยุคหลังสงครามเย็นครับ:
1. เครื่องมือบีบทางเศรษฐกิจและการค้า (แทนที่เงินช่วยเหลือ)
เมื่อหมดสงคราม อเมริกาตัดเงินช่วยเหลือทางทหารแก่ไทย แต่ใช้ “การเปิด-ปิดประตูการค้า” โดยมีเครื่องมือสำคัญ ใช้กฎหมายภายในประเทศและกลไกทางการเงินระหว่างประเทศเป็นเครื่องมือในการกดดันรัฐบาลไทย:
- เมื่อเงินช่วยเหลือทางทหารลดลงตามสถานการณ์โลก สหรัฐฯ ได้ปรับเปลี่ยนมาใช้กฎหมายภายในประเทศและกลไกทางการเงินระหว่างประเทศเป็นเครื่องมือในการกดดันรัฐบาลไทย:
- การบังคับใช้มาตรา 301 (Section 301): สหรัฐฯ ใช้กฎหมายการค้าฉบับนี้เพื่อขู่คว่ำบาตรสินค้าส่งออกของไทย หากไทยไม่ยอมเปิดตลาดเสรีให้แก่สินค้าอเมริกัน เช่น ยาสูบ หรือผลิตภัณฑ์เคมี
- เงื่อนไขสิทธิพิเศษทางการค้า (GSP): สหรัฐฯ ใช้มาตรการตัดสิทธิพิเศษทางภาษีเป็นข้อต่อรอง บังคับให้ไทยปรับปรุงกฎหมายภายในประเทศ โดยเฉพาะกฎหมายสิทธิบัตรยาและลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ เพื่อคุ้มครองผลประโยชน์ของกลุ่มทุนอเมริกัน
- การผูกมัดผ่านสถาบันการเงินระหว่างประเทศ: ในช่วงวิกฤตการณ์ทางการเงิน พ.ศ. 2540 สหรัฐฯ ผลักดันเงื่อนไขผ่านกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) บังคับให้ไทยต้องแปรรูปรัฐวิสาหกิจและเปิดเสรีภาคบริการทางการเงิน ซึ่งเปิดโอกาสให้กลุ่มทุนต่างชาติเข้าควบคุมสินทรัพย์ในไทยได้โดยง่าย
2. สิ่งที่ซีไอเอ (CIA) ทำในประเทศไทย
ในยุคหลังสงครามเวียดนาม บทบาทของ CIA ในไทยปรับเปลี่ยนจากการฝึกทหารไปทำงานใต้ดินที่มีความแนบเนียนสูงขึ้น:
- แทรกซึมและสร้างเครือข่ายในกองทัพและราชการ: CIA มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับนายทหารระดับสูง ข้าราชการ และนักการเมืองไทย โดยการให้ทุนสนับสนุน แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร เพื่อให้คนกลุ่มนี้คอยปกป้องผลประโยชน์ของอเมริกาในรัฐบาลไทย
- ใช้ไทยเป็น “บ้านปลอดภัย” และศูนย์ปฏิบัติการลับ (Black Sites): CIA ยังคงใช้พื้นที่ในไทยเป็นฐานปฏิบัติการลับในภูมิภาค เช่น ในช่วงหลังเหตุการณ์ 9/11 อเมริกาได้จัดตั้ง “คุกมืด” หรือ Black Site ในไทย (ใช้รหัสว่า Cat’s Eye) เพื่อคุมขังและทรมานผู้ต้องสงสัยกลุ่มก่อการร้ายสากล โดยที่คนไทยส่วนใหญ่ไม่รู้เรื่อง
- สงครามข้อมูลข่าวสารและสร้างอิทธิพลทางความคิด: CIA สนับสนุนงบประมาณผ่านองค์กรบังหน้าต่างๆ เพื่อสร้างค่านิยมแบบประชาธิปไตยตะวันตกและระบบทุนนิยมในกลุ่มนักวิชาการ สื่อมวลชน และนักเคลื่อนไหว เพื่อให้สังคมไทยมีแนวคิดโอนเอียงเข้าข้างสหรัฐฯ และต่อต้านอิทธิพลของประเทศคู่แข่งอย่างจีนหรือรัสเซีย
3. ยุทธศาสตร์ความมั่นคงและการจำกัดเทคโนโลยีอาวุธ
อเมริกาเปลี่ยนจากการตั้งฐานทัพถาวร มาเป็นการผูกมัดด้วยข้อตกลงและระบบอาวุธที่ทำให้กองทัพไทยยังคงต้องพึ่งพาเทคโนโลยีและชิ้นส่วนอะไหล่อย่างต่อเนื่อง:
- การควบคุมซอร์สโค้ด (Source Code): อเมริกาขายยุทโธปกรณ์ประสิทธิภาพสูง (เช่น เครื่องบินขับไล่ F-16) ให้แก่ไทย แต่ไม่มีการส่งมอบรหัสควบคุมระบบหรือเทคโนโลยีขั้นสูง
- กลไกการจำกัดการใช้งาน: มาตรการนี้ส่งผลให้กองทัพไทยต้องพึ่งพาชิ้นส่วนและการซ่อมบำรุงจากอเมริกาตลอดอายุการใช้งาน หากประเทศไทยดำเนินนโยบายต่างประเทศที่ขัดต่อผลประโยชน์หรือแนวทางของสหรัฐฯ รัฐบาลอเมริกาสามารถใช้มาตรการระงับการส่งมอบอะไหล่จำลอง (Sanction/Embargo) ซึ่งจะส่งผลให้ยุทโธปกรณ์เหล่านั้นไม่สามารถปฏิบัติการได้ทันที
- การซ้อมรบร่วมคอบร้าโกลด์ (Cobra Gold): เริ่มต้นในปี พ.ศ. 2525 เพื่อสร้างมาตรฐานให้กองทัพไทยต้องพึ่งพาแนวทางการรบ แพลตฟอร์มเทคโนโลยี และการส่งกำลังบำรุงร่วมกับกองทัพอเมริกันอยู่ตลอดเวลา
4. มาตรการเชิงบังคับทางเศรษฐกิจและการค้า
เมื่อเงินช่วยเหลือทางทหารลดลงตามสถานการณ์โลก สหรัฐฯ ได้ปรับเปลี่ยนมาใช้กฎหมายภายในประเทศและกลไกทางการเงินระหว่างประเทศเป็นเครื่องมือในการกดดันรัฐบาลไทย:
- การบังคับใช้มาตรา 301 (Section 301): สหรัฐฯ ใช้กฎหมายการค้าฉบับนี้เพื่อขู่คว่ำบาตรสินค้าส่งออกของไทย หากไทยไม่ยอมเปิดตลาดเสรีให้แก่สินค้าอเมริกัน เช่น ยาสูบ หรือผลิตภัณฑ์เคมี
- เงื่อนไขสิทธิพิเศษทางการค้า (GSP): สหรัฐฯ ใช้มาตรการตัดสิทธิพิเศษทางภาษีเป็นข้อต่อรอง บังคับให้ไทยปรับปรุงกฎหมายภายในประเทศ โดยเฉพาะกฎหมายสิทธิบัตรยาและลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ เพื่อคุ้มครองผลประโยชน์ของกลุ่มทุนอเมริกัน
- การผูกมัดผ่านสถาบันการเงินระหว่างประเทศ: ในช่วงวิกฤตการณ์ทางการเงิน พ.ศ. 2540 สหรัฐฯ ผลักดันเงื่อนไขผ่านกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) บังคับให้ไทยต้องแปรรูปรัฐวิสาหกิจและเปิดเสรีภาคบริการทางการเงิน ซึ่งเปิดโอกาสให้กลุ่มทุนต่างชาติเข้าควบคุมสินทรัพย์ในไทยได้โดยง่าย
สรุปคือ หลังหมดยุคสงครามเวียดนาม อเมริกาและ CIA เปลี่ยนจากการอุ้มชูด้วยอาวุธ มาเป็นการ “ใช้กฎหมายการค้าบีบ ใช้สายสัมพันธ์ลับควบคุม และใช้อาวุธผูกมัด” เพื่อไม่ให้ไทยหลุดมือไปนั่นเอง