คดีสะเทือนขวัญอดีต นนร. รุ่น 91 นายรังสิชัย สุวรรณอักษร ลวงแฟนสาว ม.4 ฆ่าฝังดินอำพรางบริเวณวัดญาณฯ จ.ชลบุรี ด้วยชนวนเหตุหึงหวงและปัญหารักสามเส้า โดยพฤติการณ์มีการวางแผนร่วมกับเพื่อนที่ถูกกันไว้เป็นพยานปากสำคัญ ภายหลังผู้ต้องหาเปลี่ยนชื่อหนีกบดานแต่สุดท้ายจนมุมกองปราบ โดยเจ้าหน้าที่กันตัวเพื่อนร่วมรุ่นที่ถูกบังคับให้ขุดหลุมฝังดินไว้เป็นพยานมัดตัวจนดิ้นไม่หลุด

1. พฤติการณ์การฆาตกรรมและการฝังดินอำพราง
- การลงมือปลิดชีพ: นายรังสิชัย (อดีต นนร. รุ่น 91) ได้ก่อเหตุฆาตกรรม น.ส.วิมลพร (น้องแก้ว) นักเรียนชั้น ม.4 อย่างโหดเหี้ยม
- ซ่อนเร้นป่ารกร้าง: หลังเกิดเหตุ ผู้ต้องหาได้เคลื่อนย้ายร่างเพื่อปกปิดความผิดและหลีกเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่
- ขุดหลุมฝังลึก: คนร้ายเลือกทำเลป่าละเมาะรกร้างบริเวณหลังวัดญาณสังวรารามฯ (เขตรอยต่อ ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง และ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี) เป็นจุดขุดหลุมฝังดินซ่อนศพ
2. การแกะรอยค้นพบร่างผู้เสียชีวิต
- ขาดการติดต่อนาน: ร่างของผู้สูญเสียถูกฝังกลบอยู่ใต้ดินเป็นเวลานานนับตั้งแต่วันที่หายตัวไป จนกระทั่งทางญาติได้เข้าแจ้งความคนหายไว้
- สืบสวนพบเบาะแส: พนักงานสอบสวนกองปราบปรามได้ดำเนินการสืบสวนเชิงลึกจนพบร่องรอยและข้อมูลพิกัดสำคัญทางคดี
- ขุดค้นพบศพ: เจ้าหน้าที่นำกำลังเข้าตรวจสอบและขุดค้นตามพิกัดเป้าหมาย จนกระทั่งพบร่างของ น.ส.วิมลพร ถูกฝังอยู่ใต้ดินจริงตรงตามข้อมูลชุดสืบสวน
3. บทบาทของเพื่อนและการกันตัวเป็นพยาน
- ตกเป็นเหยื่อบังคับ: ในวันเกิดเหตุมีเพื่อนของผู้ต้องหาร่วมเดินทางไปด้วย แต่ผลการสอบสวนอย่างละเอียดชี้ชัดว่าเพื่อนไม่มีเจตนาฆ่าหรือร่วมวางแผนมาตั้งแต่ต้น
- จำใจช่วยใต้ปากกระบอกปืน: ชนวนสำคัญที่ทำให้เพื่อนรอดพ้นจากการถูกดำเนินคดี เนื่องจากถูกนายรังสิชัยใช้อาวุธปืนข่มขู่บังคับอย่างรุนแรง ทำให้ต้องจำใจช่วยในขั้นตอนการขุดหลุมฝังดินอำพรางศพเพื่อเอาชีวิตรอด
- พยานปากเอกมัดคนร้าย: พนักงานสอบสวนจึงมีคำสั่งกันตัวเพื่อนรายนี้ไว้เป็นพยานปากสำคัญในระบบศาล นำไปสู่การออกหมายจับและมัดตัวนายรังสิชัยได้อย่างดิ้นไม่หลุดในเวลาต่อมา
จนมุมแล้ว “อดีตนนร.” ผู้ต้องหาคดีฆ่านักเรียนม.4 แฟนสาว หลังหนีการประกันตัวในชั้นศาลมานาน 8 ปี กองปราบฯบุกรวบคาบ้านพักย่านปทุมธานี แฉแปลงโฉมใหม่ด้วยการเปลี่ยนชื่อ นามสกุลเพื่อไม่ให้คนจำได้ อีกทั้งรูปร่างหน้าตาอ้วนขึ้น ทำธุรกิจซื้อขายอะไหล่รถยนต์เลี้ยงครอบครัว ตร.นำตัวส่งศาลทหาร เตรียมแจ้งข้อหาเพิ่มฐานพกพาอาวุธปืน เผยเป็น 1 ใน 10 คนร้ายที่กองปราบฯเตรียมจะลงรูปเผยแพร่ในเว็บฯ
เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 30 พ.ย. ที่กองปราบปราม พล.ต.ต.วินัย ทองสอง ผบก.ป. พ.ต.อ.พิสิฏฐ์ พิสุทธิศักดิ์ รอง ผบก.ป. พ.ต.ท.พรศักดิ์ สุรสิทธิ์ รองผกก.2 ป. ร่วมกันแถลงข่าวจับกุม นายรังสิชัย สุวรรณอักษร หรือนายสุรเชษฐ์ ชาญปราณีต อายุ 31 ปี อดีตนักเรียนนายเรือ(นนร.) รุ่น 91 อยู่บ้านเลขที่ 273 หมู่ 3 ถ.กาญจนวาณิต ต.พวา อ.เมืองสงขลา ผู้ต้องหาคดีฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ซึ่งหลบหนีการจับกุมตามหมายจับศาลทหารกรุงเทพ ที่ 9/2544 ลงวันที่ 16 พ.ย.2544 พร้อมของกลาง อาวุธปืนพกสั้น ขนาด 9 ม.ม. แม็กกาซีน 2 อัน กระสุนปืน 70 นัด กระเป๋าเอกสาร 1 ใบ และรถยนต์ 1 คัน โดยเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมได้ภายในบริเวณหมู่บ้านเมืองเอก หมู่ 1 ต.หลักหก อ.เมือง จ.ปทุมธานี เมื่อช่วงบ่ายวันเดียวกันนี้
ทั้งนี้ สืบเนื่องจากนางนงพร ผิวนวล ลูกจ้างชั่วคราว กองคลัง สำนักพระราชวังเข้าร้องทุกข์กับกองปราบปราม เมื่อวันที่ 7 ส.ค.2538 ให้ช่วยคลี่คลายคดีน.ส.วิมลพร ผิวนวล อายุ 16 ปี บุตรสาว นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนวัดปากน้ำวิทยาคม ถูกคนร้ายฆ่าชิงทรัพย์มูลค่ากว่า 1.7 แสนบาท เหตุเกิดที่บริเวณหลังวัดญาณสังวราราม หมู่ 11 ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 22 มิ.ย.2538 พื้นที่สภ.อ.บางละมุง
ต่อมาพล.ต.อ.พจน์ บุณยะจินดา อธิบดีกรมตำรวจสมัยนั้น สั่งตั้งคณะพนักงานสอบสวนกองปราบปรามเข้าคลี่คลายคดีดังกล่าว โดยมี พ.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา รอง ผบก.ป. ยศตำแหน่งขณะนั้น เป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวน จากการสืบสวนสอบสวนพบว่า นนร.รังสิชัยแฟนหนุ่มของผู้ตายเป็นคนลงมือฆ่า โดยวางแผนลวงน.ส.วิมลพรแฟนสาวให้มาพบก่อนจะลงมือฆ่าแล้วอำพรางให้เป็นคดีฆ่าชิงทรัพย์ สาเหตุมาจากเรื่องชู้สาวระหว่างคนทั้งสอง จึงรวบรวมหลักฐานขออนุมัติหมายจับจากผู้ว่าฯชลบุรี และสามารถติดตามจับกุมตัวมาได้เมื่อก.ค. 2539 ระหว่างนั้น นนร.รังสิชัยได้รับการประกันตัว ก่อนจะหลบหนีการจับกุมมาตั้งแต่นั้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับอดีตนักเรียนนายเรือรังสิชัยนั้นเป็นคนร้ายอันดับที่ 10 ของเว็บไซต์กองปราบปรามที่ต้องการตัวมากที่สุด เท่าที่สังเกตพบว่าผู้ต้องหามีรูปร่างหน้าตาเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างมาก โดยมีรูปร่างอ้วนท้วนสมบูรณ์มากขึ้น ไว้ผมยาวรากไทร หนวดเครายาวรุงรัง และสวมแว่นตาแฟชั่น
สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า หลังจากหลบหนีศาล นายรังสิชัยเปลี่ยนชื่อและนามสกุล เป็น นายสุรเชษฐ์ ชาญปราณีต และทำธุรกิจเกี่ยวกับการซื้อขายอะไหล่รถยนต์ แต่นายรังสิชัยปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวถึงเรื่องดังกล่าว
อย่างไรก็ตามภายหลังการแถลงข่าว เจ้าหน้าที่นำตัวนายรังสิชัยส่งเจ้าหน้าที่ศาลทหารกรุงเทพ รับตัวไปดำเนินคดี จากนั้นเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนสภ.ต.ปากคลองรังสิต เพื่อดำเนินคดีเพิ่มเติม ข้อหาพกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะอีกข้อหาหนึ่งด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับเหตุโศกนาฏกรรมดังกล่าว เริ่มต้นขึ้นเมื่อนนร.รังสิชัยคบหากับผู้ตายจนสนิทสนม ถึงขั้นมีความสัมพันธ์ลึกซึ้ง ต่อมาฝ่ายหญิงตั้งท้อง เมื่อนางนงพรทราบเรื่อง จึงเรียกร้องให้รับผิดชอบ แต่ฝ่ายชายพยายามบ่ายเบี่ยง ในที่สุดนางนงพรต้องพาลูกสาวไปทำแท้ง และพาไปบวชชี ขณะเดียวกันพยายามกีดกันไม่ให้ทั้งสองคบหากันอีก แต่ทั้งนนร.รังสิชัยและน.ส.วิมลพรยังคงลักลอบพบปะกัน ทำให้นางนงพรตัดสินใจหารือร่วมกับบิดามารดาฝ่ายชายเพื่อให้คำมั่นสัญญาว่าเมื่อสำเร็จการศึกษาแล้วจะต้องแต่งงานกัน
อย่างไรก็ตามก่อนเกิดเหตุสยอง นนร.รังสิชัยลวง น.ส.วิมลพรออกมาพบที่ชลบุรี โดยมีเพื่อนนักเรียนนายเรืออีกคนหนึ่งไปด้วย หลังจากพบกัน นนร.รังสิชัยลงมือฆ่าน.ส.วิมลพรแล้วหลบหนีไป ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมเพื่อนนักเรียนนายเรือคนดังกล่าวได้ และให้การซัดทอดว่านนร.รังสิชัยเป็นคนลงมือฆ่า กระทั่งเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัวได้ ก่อนจะหลบหนีระหว่างการประกันตัวในชั้นศาล
1. ลำดับพฤติการณ์ในวันเกิดเหตุ
- วันเกิดเหตุ: วันที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2538 นายรังสิชัยได้ลวง น.ส.วิมลพร ผิวนวล (น้องแก้ว) อายุ 16 ปี นักเรียนชั้น ม.4 ของโรงเรียนวัดปากน้ำวิทยาคม เดินทางมายังเขตพื้นที่เปลี่ยว [mgronline.com]
- ปมขัดแย้ง: ชนวนเหตุหลักเกิดจากปัญหาเรื่องชู้สาว ความหึงหวง และมีการชิงทรัพย์ของผู้ตายมูลค่ารวมกว่า 1.7 แสนบาทในคืนวันนั้น [mgronline.com]
- การลงมือฆาตกรรม: นายรังสิชัยได้ลงมือก่อเหตุฆ่าแฟนสาวจนเสียชีวิตในบริเวณพื้นที่รกร้าง [mgronline.com]
2. วิธีการฝังดินซ่อนศพและจุดเกิดเหตุ
- ทำเลอำพราง: หลังลงมือฆ่าเสร็จสิ้น คนร้ายได้เคลื่อนย้ายร่างเพื่อปกปิดความผิด โดยเลือกทำเลป่าละเมาะรกร้างบริเวณหลังวัดญาณสังวรารามฯ (ตั้งอยู่หมู่ 11 ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง คาบเกี่ยวต่อเนื่องเขต อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี) [mgronline.com]
- ขุดหลุมฝังกลบ: นายรังสิชัยได้ทำการขุดหลุมฝังร่างของ น.ส.วิมลพร ไว้ใต้ดินในป่าแถบนั้นเพื่อหลีกเลี่ยงการพบเห็นของชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ โดยร่างถูกฝังจมดินอยู่เป็นเวลานานนับตั้งแต่วันที่หายตัวไป [mgronline.com]
3. บทบาทของเพื่อนและการรอดพ้นคดี
- ร่วมเดินทางแต่ไม่มีเจตนา: ในคืนเกิดเหตุมีเพื่อนของผู้ต้องหาร่วมเดินทางไปด้วย 1 คน แต่ผลการสอบสวนอย่างละเอียดชี้ชัดว่าเพื่อนไม่มีเจตนาฆ่าหรือรับรู้แผนการฆาตกรรมชิงทรัพย์ล่วงหน้ามาตั้งแต่ต้น [mgronline.com]
- ถูกบังคับใต้ปากกระบอกปืน: ชนวนสำคัญที่ทำให้เพื่อนไม่โดนคดี เนื่องจากหลังเกิดเหตุฆาตกรรม เพื่อนคนดังกล่าวถูกนายรังสิชัยใช้อาวุธปืนข่มขู่บังคับอย่างรุนแรงเอาชีวิต ทำให้ต้องจำใจช่วยในขั้นตอนการขุดหลุมฝังดินอำพรางศพเพื่อรักษาชีวิตตัวเอง [mgronline.com]
- กันตัวเป็นพยานปากเอก: พนักงานสอบสวนจึงมีคำสั่งกันตัวเพื่อนรายนี้ไว้เป็นพยานปากสำคัญในสำนวนคดี นำไปสู่การชี้จุดขุดค้นพบศพหลังฝังไว้นานถึง 46 วัน (พบร่างช่วงต้นเดือนสิงหาคม 2538) และกลายเป็นหลักฐานสำคัญที่ใช้มัดตัวจนออกหมายจับนายรังสิชัยได้ในที่สุด [mgronline.com]
1. ความสัมพันธ์เชิงลึกและปมการตั้งครรภ์
- ปมปัญหาในอดีต: นายรังสิชัย และ น.ส.วิมลพร (น้องแก้ว) คบหากันจนฝ่ายหญิงเกิดตั้งครรภ์ขึ้นมาในวัยเรียน (ชั้น ม.4) แต่เนื่องจากนายรังสิชัยยังมีอนาคตทางราชการทหารเรือในฐานะนักเรียนนายเรือ และฝ่ายหญิงยังเป็นเยาวชน ทางผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายจึงยินยอมและตกลงให้ทำการยุติการตั้งครรภ์ (ทำแท้ง) เพื่อรักษาอนาคตของทั้งคู่ไว้
- คำสัญญาในอนาคต: หลังผ่านเหตุการณ์นั้นมา ทั้งสองคนยังคงคบหากันต่อ โดยฝ่ายหญิงและครอบครัวเข้าใจตามข้อตกลงว่า เมื่อนายรังสิชัยเรียนจบหลักสูตรและเข้ารับราชการทหารเรืออย่างเป็นทางการแล้ว จะจัดพิธีแต่งงานเพื่อรับผิดชอบและสร้างครอบครัวร่วมกัน
2. ชนวนเหตุรักสามเส้าและการกดดัน
- ฝ่ายชายปันใจ: เมื่อเวลาผ่านไป นายรังสิชัยต้องการไปมีผู้หญิงคนใหม่และพยายามตีตัวออกห่าง ไม่ปฏิบัติตามคำมั่นสัญญาเดิมที่เคยให้ไว้
- การเผชิญหน้าและมีปากเสียง: ในวันเกิดเหตุ (22 มิถุนายน 2538) มีการนัดหมายเพื่อเคลียร์ปัญหารักสามเส้านี้ โดย น.ส.วิมลพร ได้ยื่นคำขาดและสร้างความกดดันอย่างหนัก ว่าหากนายรังสิชัยไม่ยอมแต่งงานหรือคิดจะทิ้งไปหาหญิงอื่น ตนเองและครอบครัวจะนำเรื่องราวทั้งหมดรวมถึงเรื่องในอดีต (การทำแท้งและความรับผิดชอบ) ไปร้องเรียนต่อผู้บังคับบัญชาและโรงเรียนนายเรือ
3. จุดระเบิดสู่อาชญากรรมอำพรางศพ
- ความกลัวสูญเสียอนาคต: คำขู่และแรงกดดันจากฝ่ายหญิง ทำให้นายรังสิชัยเกิดความกลัวอย่างรุนแรงว่าอนาคตในชีวิตราชการทหารเรือและการเป็นนักเรียนนายเรือ รุ่น 91 ที่กำลังจะไปได้ไกลต้องดับวูบลงทันทีหากเรื่องนี้ถูกเปิดเผย
- การลงมือตัดตอน: จากความโกรธแค้นประกอบกับความกลัว นายรังสิชัยจึงตัดสินใจลงมือฆาตกรรม น.ส.วิมลพร อย่างโหดเหี้ยมเพื่อปิดปาก แล้วใช้อาวุธปืนขู่บังคับเพื่อนที่ร่วมทางมาด้วยให้ช่วยกันขุดหลุมฝังดินร่างของเธอไว้ในป่าละเมาะรกร้างหลังวัดญาณสังวรารามฯ เพื่อหวังตัดตอนไม่ให้ใครหาศพเจอและไม่มีหลักฐานมาเอาผิดตนเองได้
มิติข้อมูลเรื่องปมการตั้งครรภ์และการกดดันเรื่องอนาคตที่คุณยกมานี้ จึงเป็นหัวใจสำคัญในสำนวนสอบสวนของกองปราบปรามที่ชี้ชัดให้ศาลเห็นถึง “เจตนาฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน” เพื่อทำลายพยานและปิดปากเรื่องอื้อฉาวที่จะทำลายอนาคตของตัวเขาเอง