เคลียร์วุ่นศึกสายเลือด น้องแจ้งความพี่สาวอยู่กลางซอย ปล่อยหมาไล่กัด

06 ก.พ. 2024
38

พี่น้องร่วมสายเลือด มีเรื่องผิดใจกันมาก่อนปมที่ดินมรดก น้องที่อยู่ท้ายซอย ทางออกต้องเดินผ่านบ้านพี่ ล่าสุดน้องไปแจ้งความ พี่ปล่อยหมาไล่กัดบาดเจ็บ ด้านสามีพี่สาวโต้หมาถูกตีบ่อยเลยจำฝังใจ เห็นเจ้าของมีเรื่องเลยกระโจนกัดช่วยเจ้าของตามสัญชาตญาณวันที่ ๖ กุมภาพันธ์๖๗ เวลา ๑๐.๓๐ น. นายสราวุฒิ พรรณเภรี ปลัดอำเภอบางบัวทอง พร้อมด้วย นายชาตรี ฉิมวัย อายุ ๔๘ ปี หัวหน้าฝ่ายอำนวยการ อบต.ลำโพ และนายอธิวัฒน์ สิริกังวาลวงศ์ ผู้ก่อตั้งเพจกล้าที่จะก้าว เดินทางลงพื้นที่ไปยังบ้านพักหลังหนึ่งในซอยลำโพ ต.ลำโพ อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี หลังได้รับเรื่องร้องเรียนขอความช่วยเหลือจาก นางนันทิชา ทัดวอน อายุ ๔๘ ปี ซึ่งอยู่บ้านเลขที่ ๓/๕ ว่า เมื่อวันที่ ๒๗ มกราคมที่ผ่านมา ได้ถูกสุนัขเพศผู้พันธุ์เยอรมันเชฟเพิร์ด ที่ชื่อเจ้าถัง ซึ่งเป็นสุนัขของ นางปัทมา ฉ่ำนิตย์ อายุ ๔๙ ปี อยู่บ้านเลขที่ ๓/๑ ซึ่งมีศักดิ์เป็นพี่สาวและมีบ้านอยู่ติดกัน ตรงมาเข้ากัดที่ต้นขาซ้าย ๒ ครั้ง ทำให้ได้รับบาดเจ็บเป็นบาดแผลถูกกัด ๒ เขี้ยว ก่อนที่ตนจะเดินทางไปแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.บางบัวทอง และเดินทางไปตรวจรักษาบาดแผลที่โรงพยาบาล แต่หลังจากเหตุการณ์ผ่านมาหลายวันแล้ว เกรงว่าคดีจะไม่มีความคืบหน้า จึงได้แจ้งขอความช่วยเหลือจากทางเพจกล้าที่จะก้าวให้เข้ามาช่วยเหลือพบว่าบ้านของ นางนันทิชา ทัดวอน ผู้เป็นน้องสาวซึ่งถูกสุนัขของ นางปัทมา ฉ่ำนิตย์ ผู้เป็นพี่สาวกัด อยู่ด้านหลังสุดของพื้นที่ ทำให้ต้องเดินทางผ่านพื้นที่สาธารณะส่วนกลาง ซึ่งมีบ้านของนางปัทมาตั้งอยู่ แต่เนื่องจากบ้านของนางปัทมาได้นำสุนัขเยอรมันเชฟเพิร์ดมาเลี้ยงอยู่ในพื้นที่บ้าน จำนวน ๔ ตัว เป็นเพศเมีย ๓ ตัว และเพศผู้ ๑ ตัว  โดยสามีของนางปัทมาได้นำกรงสุนัขไปตั้งขวางอยู่ในพื้นที่ส่วนกลางที่ใช้เป็นทางเดินเข้าออก ทำให้ครอบครัวของนางนันทิชา ประสบปัญหาไม่สามารถนำรถเข้าออกได้ตามปกติ กลายเป็นปัญหากระทบกระทั่งกันและมีปากเสียงตามมา โดยในวันที่เกิดเหตุ ทราบว่าช่วงเวลาประมาณ ๑ ทุ่ม ระหว่างที่นางนันทิชาผู้เป็นน้องเดินทางกลับเข้าบ้านที่อยู่ด้านในสุดของพื้นที่ เกิดมีปากเสียงกับนางปัทมาผู้เป็นพี่สาวอีกครั้ง มีการโต้เถียงกันด้วยถ้อยคำรุนแรง ระหว่างนั้น เจ้าถัง สุนัขพันธุ์เยอรมันเชฟเพิร์ดที่ถูกปล่อยออกจากกรงอยู่ก่อนแล้ว ได้กระโจนกัดเข้าที่ต้นขาของนางนันทิชา จนได้รับบาดเจ็บในระหว่างที่ยืนโต้เถียงกัน   จากการลงพื้นที่ไกล่เกลี่ยปัญหาให้กับ นางนันทิชา และ นางปัทมา สองพี่น้อง โดยมี นางเฉลียว สังข์ปลื้ม อายุ ๗๒ ปี ผู้เป็นแม่แท้ๆ ร่วมวงไกล่เกลี่ยด้วย นางเฉลียว เปิดเผยว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นเกิดมาจากปัญหาเรื่องการแบ่งสมบัติที่ดินผืนนี้ ซึ่งเมื่อตนแบ่งที่ให้กับนางปัทมาและนางนันทิชาไปแล้ว ปรากฏว่านางปัทมาเลือกพื้นที่บ้านที่อยู่ต้นซอย ส่วนนางนันทิชา ผู้เป็นน้องได้พื้นที่ส่วนหลังท้ายที่ดิน ทำให้ต้องเว้นพื้นที่ส่วนกลางเป็นทางเข้าออก แต่ปรากฏว่าต่อมา นางปัทมา ได้นำสุนัขมาเลี้ยงจำนวน ๔ ตัว และนำกรงสุนัขมาตั้งขวางพื้นที่ส่วนกลางที่เป็นทางเดินเข้าออก จนทำให้เกิดมีปากเสียงกันเรื่อยมา แม้ตนซึ่งเป็นแม่จะไปเตือนให้นางปัทมาและสามีย้ายกรงสุนัขที่เลี้ยงไว้ออกจากพื้นที่ส่วนกลาง กลับถูกนางปัทมาด่าทอกลับมาด้วยถ้อยคำรุนแรง พร้อมกับประกาศตัดแม่ตัดลูกอีก จนทำให้ปัจจุบันตนต้องย้ายมาอยู่อาศัยกับครอบครัวของนางนันทิชาลูกสาวคนเล็ก ทั้งๆ นางปัทมาเป็นพี่คนโต ส่วนนางนันทิชาเป็นน้องสาวคนเล็ก แต่ทั้งสองคนกลับมีปัญหาขัดแย้งจากการแบ่งที่ดินมรดก จนตนไม่รู้จะแก้ปัญหาอย่างไร tt ttนางนันทิชา ผู้เป็นน้อง กล่าวว่า วันที่เกิดเหตุตอนประมาณหนึ่งทุ่ม ขณะที่ตนเดินกลับเข้ามาที่บ้าน ซึ่งต้องเดินผ่านบ้านของนางปัทมาผู้เป็นพี่สาว ตนได้ยินคำพูดเหน็บแนมตามมา จึงได้หยุดและหันไปตอบโต้กับนางปัทมา และกลายเป็นการโต้เถียงกันดุเดือด ระหว่างนั้นตนถูกสุนัขของนางปัทมาตรงมาเข้ามากัดที่ต้นขาไป ๒ ครั้ง จนได้รับบาดเจ็บ จึงใช้ไม้ตีสุนัขของนางปัทมาเพื่อป้องกันตัวไป ซึ่งที่ผ่านมาตนไม่เคยไปตีสุนัขของเขาเลย มีอาหารอะไรตนยังเอาให้สุนัขกินด้วยซ้ำ หลังเกิดเหตุได้ไปแจ้งความแล้ว และไปหาหมอตรวจแผลที่โรงพยาบาลเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา จากนี้ขอให้ต่างคนต่างอยู่ ไม่ต้องมาพูดจาเสียดสีกระแหนะกระแหนกันอีก ส่วนเรื่องกรงหมาอยากให้เขาเอาออกวันนี้เลย เพราะตนมีรถเข้าออก ทุกวันนี้ตนกับลูกต้องทนเดินเข้าออก เพราะติดกรงหมาของเขาทำให้เข้าออกไม่ได้ เคยคุยกันดีๆ ไปแล้ว แต่เขาก็ไม่ยอมเอาออก จนกระทั่งมีปากเสียงกันทางด้าน นายสุธี ฉ่ำนิต อายุ ๕๕ ปี สามีของนางปัทมา ซึ่งออกมาเป็นคนเจรจากับเจ้าหน้าที่อำเภอ กล่าวว่า หลังเกิดเหตุที่สุนัขของตนไปกัดนางนันทิชาได้รับบาดเจ็บไปแล้วนั้น ทางตำรวจได้เรียกไปสอบปากคำแล้ว เขาทั้งสองคนไม่ถูกกัน มีปัญหาทะเลาะกันเป็นประจำ ในวันที่เกิดเรื่องอีกฝ่ายเขาเดินเข้ามาหาจะทำร้ายภรรยาตน ทำให้เจ้าถัง สุนัขพันธุ์นี้ซึ่งมีอุปนิสัยหวงเจ้าของ ปรี่เข้าไปกัดนางนันทิชา ทั้งๆ ที่มันไม่เคยกัดใคร แล้วยิ่งเคยไปตีมันให้เจ็บก่อนด้วย มันจะยิ่งจำยิ่งเกลียดคนตีเลย พอมีเรื่องมันเห็นเจ้าของจะถูกทำร้ายตามสัญชาตญาณของสุนัขที่ห่วงเจ้าของ มันก็เลยกระโจนกัดเขาเลย แต่กับคนอื่นไม่เป็นอะไร สุนัขตนไม่ไปกัดใคร เมื่อทางอำเภอลงพื้นที่มาเจรจาแล้ว ทางตนก็พร้อมที่จะย้ายกรงสุนัขออก และจะปล่อยสุนัขให้ออกไปวิ่งเล่นขับถ่ายให้เป็นเวลา ไม่ให้ตรงกับช่วงเวลาที่นางนันทิชากลับมาจากทำงานอีก จะได้ไม่เกิดปัญหากระทบกระทั่งตามมาอีก รวมทั้งจะย้ายกรงสุนัขที่ตั้งอยู่ออกไปเพื่อให้นางนันทิชาสามารถขับรถเข้าออกได้นายอธิวัฒน์ สิริกังวาลวงศ์ ผู้ก่อตั้งเพจกล้าที่จะก้าว กล่าวว่า หลังได้รับเรื่องราวร้องเรียนมาจากผู้พักอาศัยที่บ้านพักหลังดังกล่าวว่าถูกสุนัขคู่กรณีไล่กัดจนได้รับบาดเจ็บ จึงลงพื้นที่มาตรวจสอบพร้อมกับปลัดอำเภอบางบัวทองและเจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบลลำโพ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์อำเภอ เพื่อคลี่คลายปัญหาให้กับคู่กรณีทั้งสองฝ่าย ซึ่งก็ทราบว่าเป็นพี่น้องกันแท้ๆ แต่เกิดการกระทบกระทั่งจนกลายเป็นเรื่องราวเป็นคดีความกัน ซึ่งในเบื้องต้นได้ข้อตกลงว่า ทางเจ้าของสุนัขยินยอมที่จะย้ายกรงสุนัขที่ตั้งขวางทางเดินเท้าของส่วนกลางออก เพื่อให้อีกฝ่ายสามารถขับรถเข้าออกได้ตามปกติ รวมทั้งการปล่อยสุนัขออกมาขับถ่ายให้เป็นเวลาในช่วงที่คู่กรณีอีกฝ่ายยังไม่กลับมา เพื่อลดการเผชิญหน้าสร้างปัญหากระทบกระทั่งกันอีก โดยในเบื้องต้นทางอำเภอได้กำหนดให้ทางเจ้าของสุนัขเคลื่อนย้ายกรงสุนัขออก เพื่อเปิดทางสาธารณะส่วนกลางภายใน ๗ วัน